เมื่อเขาพูดจบผู้ชายที่นั่งอยู่ด้านหน้านั้นจู่ ๆ ก็ลุกขึ้นมาและลงจากเตียงทันที
“พี่จะทำอะไร ไม่แกล้งป่วยแล้วงั้นเหรอ?” ฉีเซิ่งเทียนวางถ้วยในมือลงและรีบเดินตามเขาไป
จิ่งเป่ยเฉินเดินไปพลางแกะผ้าพันแผลบนหัวออก คำพูดที่เย็นชาถูกเอ่ยขึ้น “รีบเตรียมเครื่องบินไปปารีส!”
“ครับ!” ฉีเซิ่งเทียนยิ้มอย่างมีเลศนัย เขารู้ว่าจิ่งเป่ยเฉินจะต้องไปเพราะงั้นจึงได้เตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
เขาที่เพิ่งจงใจนั่งอยู่เพื่อกระตุ้นเขา ไม่คิดเลยว่าจะมีประโยชน์จริง ๆ
เขารู้โดยสัญชาตญาณว่าอันโหรวไม่ได้อยู่ที่เมือง A แล้ว เพราะงั้นถึงได้ให้เขาออกจากห้องคนไข้ ไม่อย่างนั้นแกล้งป่วยต่อไปก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลว ถ้าหากภายในใจของพี่สะใภ้มีเขาละก็ เห็นเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสแบบนี้ก็ต้องรู้สึกเศร้าเสียใจแน่ ๆ
ไม่ใช่เรื่องยากที่จะแอบเข้าไปเยี่ยมผู้ป่วย
……
ที่คฤหาสน์บนยอดเขา
อันโหรวนอนอยู่ใต้ร่มกันแดดสีน้ำเงินขนาดใหญ่ ข้าง ๆ เธอมีโต๊ะกระจกกลมเล็ก ๆ บนโต๊ะกลมมีน้ำผลไม้และวิสกี้หนึ่งแก้ว เธอหลับตาลงเหมือนว่ากำลังนอนหลับอย่างสงบ