“คลื่นลมมิรู้จะเปลี่ยนไปทิศใด ลูกศิษย์คนนี้ของเจ้าท่าจะรับเป็นศิษย์ยากเสียแล้ว”มหาเซียนวั่งเฉินแกว่งจอกสุราพลางเอ่ยเนิบช้า หลี่ว์เสินโจวกับเยี่ยจ้านจึงหันมาสนใจเขาหลี่ว์เสินโจวกลับลงมานั่งใหม่แล้วหันไปถามมหาเซียนวั่งเฉินว่า “เจ้าทำนายล่วงรู้สิ่งใดมาหรือ”มหาเซียนวั่งเฉินสืบทอดวิชามหามรรคาปราณทองคำมา อีกทั้งยังครอบครองคันฉ่องฟ้าดินอยู่ เขาจึงล่วงรู้สิ่งต่างๆในโลกคุนหลุนชัดเจนยิ่งกว่าจักรพรรดิสวรรค์เสียอีกมหาเซียนวั่งเฉินตอบว่า “เด็กคนนี้มีโชคชะตาไม่ธรรมดา เขาถือกำเนิดมาพร้อมเคราะห์กรรม จะดีหรือร้ายยากตัดสิน กรรมที่พัวพันก็ยากจะทำนายทายทัก แดนมนุษย์เริ่มวุ่นวายไปแล้ว บางทีอาจถึงคราวสวรรค์วุ่นวายบ้างแล้วก็เป็นได้”คำพูดนี้อาจฟังดูสามหาว แต่เขาเป็นถึงผู้นำแห่งเซียนพิภพ มิอยู่ใต้สังกัดของแดนสวรรค์ ไม่ว่าสิ่งใดเขาก็ย่อมกล้าพูดหลี่ว์เสินโจวกับเยี่ยจ้านสบตากัน พวกเขาล้วนมองเห็นแววตากังวลในดวงตาของอีกฝ่ายหากภัยพิบัติของโลกคุนหลุนเกิดจากทายาทของสายเลือดมรรคาจารย์ นั่นย่อมมิใช่เรื่องดีในเวลาเดียวกันนี้ในตำหนักบรรทมของพระสนมสวรรค์ เทพธิดาหลายองค์กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น มู่หลิงลั่วอุ้มโอรสของจักรพรรดิ