“อาาา!!! พี่เฉิน พี่ปล่อยเสื้อฉันก่อนสิ!” ฉีเซิ่งเทียนมองไปที่เขา เมื่อครู่เขายังพูดไม่จบ ทำไมถึงได้รีบมาจับคอเสื้อของเขาแบบนี้กัน
แถมยังใช้แรงเยอะอีก
ดวงตาจิ่งเป่ยเฉินเผยแววตาที่เย็นยะเยือกออกมา มือที่จับไปยังคอเสื้อยิ่งจับแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ “พูดมา อะไร!!”
“กระเป๋า กระเป๋า กระเป๋าของพี่สะใภ้! น่าจะใช่ หลินจือเซี๋ยวจำสิ่งนั้นได้!” เขาไม่กล้าแม้แต่จะกลืนน้ำลาย รีบบอกสิ่งที่รู้เมื่อคืนออกมาให้เขารับรู้เลยทีเดียว
จิ่งเป่ยเฉินปล่อยมือที่จับคอเสื้อของเขา ก่อนจะวิ่งไปข้างหน้าพลางตะโกนออกมาเสียงดัง “อยู่ที่ไหน!”
ฉีเซิ่งเทียนรีบวิ่งตามไปด้วยความรวดเร็ว แต่เขากลับไม่ได้วิ่งไปทางจิ่งเป่ยเฉิน ทว่ากลับวิ่งไปยังจุดที่เขาวางกระเป๋าที่เปื้อนโคลนไว้ ก่อนจะหยิบมันมาไว้ในอ้อมแขนของตน
เมื่อคืนหลังจากที่กู้สิ่งของบางอย่างขึ้นมา เขาก็เริ่มรู้สึกประหม่าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตอนนี้เมื่อได้เห็นท่าทีของจิ่งเป่ยเฉิน ภายในใจเขาก็รู้สึกเจ็บปวดกับท่าทีพี่ของตน
กระเป๋าอยู่ แต่คนกลับหาไม่เจอ
จิ่งเป่ยเฉินไม่สนใจว่าสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าจะสกปรกแค่ไหน ในเมื่อมันเป็นของโหรวโหรว เขาก็คิดอยากจะถือมันเอาไว้กับมือ