ที่ด้านข้างตอนนี้อันหยาพั่นแทบจะดูไม่ตอบสนองอะไรใด ๆ เมื่อเธอหันกลับไปดูอีกครั้งก็เห็นจิ่งเป่ยเฉินล้มลงพร้อมกับหลับตาไปแล้ว แต่ในมือยังคงจับกระเป๋าที่เปรอะเปื้อนโคลนไว้แน่น
“เอาเปลมา!” ถังซั่วตะโกนดังลั่น
พวกเขารู้สึกมาได้สักพักหนึ่งแล้ว จิ่งเป่ยเฉินอยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยดีแบบนี้เลยเตรียมตัวเรียกหมอมาตั้งแต่เช้า
ทางด้านอันหยาพั่นมองจิ่งเป่ยเฉินที่ถูกอุ้มไปอย่างรวดเร็ว เธอรีบวิ่งตามไปทันที “ประธานถัง พี่เขยของฉันจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
“คุณอย่าพูดอะไรอีกเลย เขาไม่มีทางเป็นอะไรหรอก” ถังซั่วรีบเดินตรงไปที่รถพยาบาลทันที
เมื่อประตูกำลังจะปิดลง เธอก็รีบขึ้นไปและนั่งลง ก่อนจะมองที่ถังซั่วอย่างเขินอาย “ฉันแค่กังวลมากไปหน่อย ให้ฉันไปด้วยได้ไหม? เมื่อครู่นี้ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะพูดแบบนั้นจริง ๆ นะคะ”
“คุณพูดไม่ผิดหรอก แต่ไม่ควรจะพูดในช่วงเวลาแบบนี้” ถังซั่วเหลือบมองเธอ ก่อนจะก้มลงมองไปที่จิ่งเป่ยเฉิน
หมอกำลังสอดที่วัดไข้เข้าไปใต้แขน อีกทั้งยังเตรียมที่จะฉีดยาให้เขา
“ไข้สูงมาก ตั้งสามสิบเก้าจุดห้าองศา”