ตอนที่หลินจือเซี๋ยวกำลังคิดอยู่นั้น จู่ ๆ เธอก็ได้ยินเสียงของฉีเซิ่งเทียนดังขึ้น “เซี๋ยวเซี๋ยว เธอห้ามขึ้นรถคนแปลกหน้าเด็ดขาดนะ เข้าใจไหม?”
เธอสะดุ้ง ก่อนจะยักไหล่ทั้งสองข้างและขยับไปด้านข้างเล็กน้อย เมื่อฉีเซิ่งเทียนเห็นแบบนั้น เขาก็ขยับฝีเท้าก้าวเข้าไปข้างเธอและโอบเธอไว้ในอ้อมกอด “หนาวจังเลย!”
“แต่ฉันไม่หนาวนะ คุณปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลย!” หลินจือเซี๋ยวพยายามประคองและทรงตัว เธอควรจะออกไปใช่ไหม?
“ฉันหนาว” ฉีเซิ่งเทียนโอบกอดเธอไว้แน่นกว่าเดิม ไม่ง่ายเลยที่เขาจะมีโอกาสได้โอบกอดเธอแบบนี้ คนที่ปล่อยต้องไม่ใช่ฉีเซิ่งเทียน
หลินจือเซี๋ยวหมดคำพูดกับคนอย่างเขา ลมหายใจมีกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ เธอมองไปที่พื้นผิวแม่น้ำที่อยู่ห่างออกไปไกล แสงไฟระยิบระยับอยู่ท่ามกลางความมืด
“ผู้จัดการฉี พวกคุณแน่ใจเหรอว่าโหรวโหรวอยู่ในรถคันนั้นจริง ๆ” เธอเอ่ยถามขึ้นมา
ภายในใจของเธอเป็นกังวลมาก รอให้เขาเอ่ยปากออกมาว่าจริง ๆ แล้วไม่แน่ใจ
แต่ว่าเธอเองก็หมดหวังเพราะเสียงที่ได้ยินออกมาเบา ๆ นั้นตอบกลับมาว่า “อืม”
หากยืนยันได้ว่าเธออยู่ในรถจริง ยืนยันว่าเธอนั่งรถที่ตกลงไปในแม่น้ำ กระทั่งสามารถยืนยันได้ว่าหาตัวเธอไม่เจอ