อันโหรวและอันหยาพั่นคุยกันอยู่สักพัก ระหว่างที่กินข้าวด้วยกัน จิ่งเป่ยเฉินที่ใส่ชุดอยู่บ้านสีน้ำเงินเข้มก็ลงมาด้านล่าง
อันหยาพั่นที่เห็นเขาในอินเทอร์เน็ตก็จ้องมองไปที่เขา ตอนนี้ที่มองเขาเดินลงมาทีละก้าวจนหยุดลง ถึงแม้จะเป็นชุดที่ธรรมดาแต่ก็ไม่อาจซ่อนความสูงส่งและความเย่อหยิ่งของเขาเอาไว้ได้ ใบหน้าที่หล่อเหลาเผยความเย็นชาออกมาเหมือนภาพวาดหมึกดำ
ดวงตาของเธอมองไปอย่างไม่สะทกสะท้าน
ผู้ชายคนนี้หล่อและน่าดึงดูดกว่าในอินเทอร์เน็ตมาก
“เป่ยเฉิน นี่น้องสาวฉันเอง อันหยาพั่น” อันโหรวลากเขามาแนะนำตัวอย่างง่าย ๆ
จิ่งเป่ยเฉินมองเธอและพูดด้วยน้ำเสียงที่เฉยเมย “หวัดดี”
“สวัสดีค่ะพี่เขย” อันหยาพั่นพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
ในมื้อเย็นนั้นมีทั้งหมดสามคน ไม่กี่วันมานี้หยางหยางและหน่วนหน่วนนั้นนอนอยู่บนเตียง มื้อเย็นเลยค่อนข้างจะเงียบเหงา คืนนี้จู่ ๆ ก็มีคนมาทำให้คึกคักขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
แต่ว่าจิ่งเป่ยเฉินก็ยังคงพูดแต่กับอันโหรว ไม่ได้พูดกับอันหยาพั่นสักคำ
จิ่งเป่ยเฉินวางมีดและส้อมลง ผ้าเช็ดปากก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ก่อนที่อันโหรวจะกระซิบที่ข้างหู “ที่รักให้เธอค้างที่นี่สักคืนได้ไหม?”