“โหรวโหรว เธอพูดจาใหญ่โตเกินไปแล้วนะ พวกเรากลุ่มโอวหยางล้วนแล้วอยู่เมือง A มาตั้งหลายปี ไม่มีทางทำได้หรอก!” เฉาลี่เฟยเห็นพวกเขาสองคนก็ทำท่ารังเกียจขึ้นมาทันที
ดูท่าเธอจะคิดถูกแล้วที่ไม่ให้อันโหรวกับลูกชายของตนแต่งงานกัน ไม่แน่บางทีพอถึงตอนนั้น หลังจากแต่งงานกันไปแล้วมีหวังเธอได้เป็นดาบสองคมแน่ ๆ
“จะลองดูไหม?” จิ่งเป่ยเฉินเหลือบมองเธอด้วยสายตาที่เย็นชา พร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ดูสงบนิ่ง ไม่ไหวติงต่อสิ่งใด ๆ
แต่เมื่อเขาเอ่ยปากพูดแบบนั้น แน่นอนว่าสามารถทำให้ผู้คนเชื่อถือได้
เฉาลี่เฟยเองก็มั่นใจ ถ้าหากตัวเองพูดอะไรออกไป มีหวังพรุ่งนี้ที่เมือง A กลุ่มโอวหยางไม่แน่อาจจะกลายเป็นแค่ส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ และคงจะไม่มีที่ยืนอีกต่อไปแน่ ๆ
“เร็ว ๆ นี้ผมเองก็มีระเบิดอยู่เต็มมือไปหมด คิดกำลังจะหาที่ทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ตัวนี้พอดี คิดไม่ถึงเลยว่าประธานโอวหยางจะเก่งขนาดนี้ ถึงขนาดส่งมันมาที่หน้าประตู คืนนี้ดูท่าคงต้องส่งคนไปจัดแจงหน่อยเสียแล้ว ประธานโอวหยางจะได้มีเวลาไปนั่งดูการล่มสลายของกลุ่มโอวหยางกรุ๊ปได้” จิ่งเป่ยเฉินมองไปที่อันโหรวก่อนจะพูดว่า “โหรวโหรว เธอคิดว่าแบบนี้ดีไหม?”