“ทำไมเหรอ?” หลินจือเซี๋ยวถามอย่างงุนงง
“ช่างเถอะ ไม่มีอะไร” เขาเดาว่าหลินจือเซี๋ยวเองก็ไม่น่าจะรู้อะไรแน่ ๆ จะตรวจสอบจากเธอก็คงไม่ได้ความอะไร ก่อนจะคิดว่าควรไปถามอวี๋กุ่ยห่าว บางทีเธออาจจะรู้อะไรมากกว่าก็ได้
ที่ห้องทำงานของจิ่งเป่ยเฉิน
อันโหรวยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานพลางมองลงไปที่มือของเขาที่กำลังค้างอยู่ตรงตำแหน่งที่ต้องเซ็นเป็นเวลาห้าวินาทีแล้ว แม้แต่ตัวอักษรคำว่าจิ่งยังไม่มีร่องรอยการเขียนใด ๆ
ความอดทนของเธอค่อย ๆ หมดลง สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือเธอไม่คิดอยากจะมาเสียเวลาอยู่ในที่แห่งนี้อีกต่อไป
“ประธานจิ่ง ถ้าหากมือของคุณมีปัญหาก็ลงประทับตราก็ได้ค่ะ” เธอพูดอย่างเฉยเมยออกมา
วินาทีต่อมาปากกาในมือของจิ่งเป่ยเฉินก็หล่นลงไปที่เท้าของเธอ
อันโหรวมองเขาที่ดูแปลก ๆ เล็กน้อย ภายในใจก็เริ่มที่จะรู้สึกหดหู่ขึ้นมา ก่อนจะพูดว่า “เอกสารไม่ต้องรีบเซ็นก็ได้ คุณจะเซ็นตอนไหนก็เซ็นได้เลย”
เธอหยิบปากกาที่หล่นบนพื้นขึ้นมา ดูเหมือนตัวปลายปากกาจะหักเสียแล้ว หักแบบนี้ดูท่าเขาไม่อยากได้แน่ ๆ
ด้วยเหตุนี้เองเธอจึงโยนมันลงไปที่ถังขยะ ก่อนจะหันหลังและเดินออกไป