“ของเธอสิ” จิ่งเป่ยเฉินหันหน้าไปโดยไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีหน้า
“ถึงแม้มันจะสวยงามมากจริง ๆ ราวกับอยู่ในภาพจินตนาการ แต่ทว่าดูไม่ค่อยเหมาะกับบุคลิกอย่างท่านประธานจิ่งเลยสักนิด ไม่สอดคล้องกับอารมณ์ด้วยซ้ำ…..” เธอเหลือบมองไปที่ดอกกุหลาบสีแดงที่อยู่ตรงกลาง ก่อนจะคิดเหนื่อยอยู่ในใจตัวเอง
ที่แห่งนี้ไม่เพียงแต่จะมีพวกนักธุรกิจมากมายที่ต่างแห่กันมา อีกทั้งยังมีนักข่าวมากมายในงานเลี้ยงนี้อีกด้วย พวกเขาตื่นเต้นมากกับการได้บัตรเชิญ เพราะทุกคนในเมือง A ต่างก็รู้กันดีว่าบัตรเชิญอะไรพวกนี้เป็นอะไรที่หาได้ยากมาก
ดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่าค่ำคืนนี้ไม่แน่อาจจะมีเรื่องใหญ่ปรากฏขึ้นมาก็ได้
เมื่อจิ่งเป่ยเฉินและอันโหรวปรากฏตัวที่งานเลี้ยง พวกเขาต่างก็ได้รับความสนใจในทันที แสงแฟลชจากกล้องสาดส่องมาทั่วทั้งตัวพวกเขา การพูดคุยของพวกเขาสองคนจึงถูกขัดจังหวะขึ้น
“วันนี้ฉันขอไม่ให้สัมภาษณ์อะไรทั้งสิ้นนะคะ ขอโทษด้วย” อันโหรวเอ่ยปากพูดก่อน อย่างไรตัวตนอีกตัวตนหนึ่งของเธอก็มีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าเลขา
ก่อนที่นักข่าวจะได้เอ่ยคำถามก็ถูกเธอสกัดดาวรุ่งอย่างไร้ความปรานี
พวกเขาตั้งความหวังไว้ที่จิ่งเป่ยเฉินที่อยู่ด้านข้างอันโหรว แต่การที่จะให้เขาพูดอะไรสักคำออกมานั้นค่อนข้างยากมากจริง ๆ
จิ่งเป่ยเฉินเดินไปตรงหน้าพวกเขา พร้อมกับอันโหรวที่อยู่ในอ้อมแขน ครั้งนี้เขาพูดเพียงแค่สี่คำกับเหล่านักข่าว นั่นคือ “ขอให้สนุกนะ”