“ผู้จัดการฉี ส่งของขวัญไปแล้วจะเอากลับคืนได้ยังไง ถ้าหากคุณคิดอยากจะได้จริง ๆ ก็รอวันเกิดคุณนะ ฉันจะส่งไปให้ด้วย ไม่แน่อาจจะเซอร์ไพรส์คุณบ้างเหมือนกัน!” ใบหน้าของอันโหรวค่อย ๆ ยิ้มอย่างปกติให้เขา
“อา ค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อย พี่สะใภ้นี่สมกับเป็นพี่สะใภ้จริง ๆ!” ฉีเซิ่งเทียนมองเธออย่างมีความสุข โดยไม่ได้สังเกตเห็นถึงใบหน้าของหลินจือเซี๋ยวที่ตอนนี้แตกไปหลายส่วนแล้ว
เมื่อพวกเขาคิดจะเดินออกไป จิ่งเป่ยเฉินก็รีบเอ่ยพูดอย่างไม่รีบร้อนว่า “เมื่อกี้เธอพูดอะไรของเธอ”
“นายกลับไปก็ไม่รู้หรอก จะว่าไปแล้ว แค่พูดทิ้งให้ผู้จัดการฉีเกิดความสงสัยไว้เล็กน้อยเท่านั้นเอง!” อันโหรวโบกไม้โบกมือให้ฉีเซิ่งเทียนสักพัก ก่อนจะพูดต่อว่า “ไปกันเถอะ ไปเล่นกัน”
ฉีเซิ่งเทียนมองพวกเขาอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะดึงหลินจือเซี๋ยวให้เดินออกไปด้วย ทางด้านอันโหรวเห็นฉีเซิ่งเทียนกำลังถามหลินจือเซี๋ยวว่าส่งของขวัญอะไรให้ไป
งานเลี้ยงในตอนนี้ดูคึกคักและมีชีวิตชีวามากจริง ๆ ทันทีที่ฉีเซิ่งเทียนเดินออกไป จิ่งเป่ยเฉินก็ยุ่งมากจนไม่อาจจะเดินไปไหนมาไหนได้ สุดท้ายก็กลายเป็นพูดคุยเรื่องธุรกิจ นี่เป็นครั้งแรกของงานเลี้ยงเลยที่เขาไม่ได้ทำท่าทีเฉยเมย คนส่วนใหญ่ที่เดินผ่านไปผ่านมาก็ทำได้แค่พยักหน้าเบา ๆ เพื่อเอ่ยทักทายก็เท่านั้น
“ประธานจิ่ง คุณช่างโชคดีจริง ๆ คุณหนูอันสวยงามมากจริง ๆ!”