“โหรวโหรว! ฉันยุ่งจริง ๆ นะ นอกจากนั้นฉันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับผู้จัดการฉีด้วย! ใครจะชอบม้าพ่อพันธุ์อย่างเขา สมองของฉันไม่ได้เหมือนลาที่ถูกเตะนะ!” หลินจือเซี๋ยวพูดจบก็หมุนตัวกลับไป เธอที่เพิ่งถอยเท้าก้าวไป เวลานี้ก็ต้องถอยอีกครั้ง
แต่คราวนี้ถอยไปที่อันโหรว พวกเธอยังเป็นเพื่อนสนิทกันอยู่ไหม? ทำไมถึงไม่เตือนว่าฉีเซิ่งเทียนนั้นอยู่ด้านนอก แล้วยังปล่อยให้เธอพูดถึงเขาออกมาแบบนั้นอีก
ม้าพ่อพันธุ์ที่ว่า….
เขาคงไม่ได้ยินหรอกใช่ไหม!
แต่เมื่อมองไปที่ใบหน้าที่มืดมนของฉีเซิ่งเทียน หลินจือเซี๋ยวก็คิดอยากจะย้อนเวลากลับไป เธอจะไม่พูดไปแบบนั้นเด็ดขาด
ครั้งนี้เธอถูกโหรวโหรวทำลายจนน่าเวทนา!
“เลขาหลิน คุณรู้ไหมว่าที่เมือง A มีลาอยู่ที่ไหน?” ฉีเซิ่งเทียนมองไปที่ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอพลางยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น
“ไม่มีหรอก! ตอนนี้จะมีลาที่ไหนกัน น่าจะสูญพันธุ์ไปแล้วด้วยซ้ำ!” หลินจือเซี๋ยวมองไปที่อันโหรวอย่างจริงจัง “โหรวโหรวมันสูญพันธุ์ไปแล้วใช่หรือเปล่า?”
“ฉันไม่ได้รอบรู้เรื่องสัตว์นะ แต่ฉีเซิ่งเทียนน่าจะเข้าใจดีแน่ ๆ เธอออกไปคุยกับเขาข้างนอกต่อก็ได้นะ! ฉันยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกเยอะเลย” อันโหรวผลักหลินจือเซี๋ยวจากด้านหลัง “พวกเธอค่อย ๆ คุยกันนะ”
“พี่สะใภ้นี่ช่างมีน้ำใจเสียจริง ฉลาดและใจกว้างมาก!” ฉีเซิ่งเทียนมองดูหลินจือเซี๋ยวที่ก้าวเดินเหมือนเต่า ครั้งก่อนก็ลากเธอไป เธอเดินออกมาจากห้องทำงานของอันโหรว