ใบหน้าที่ขาวผ่องของอันโหรวกลับแดงขึ้นมา ก่อนจะผลักหลินจือเซี๋ยวออก “เธอออกไปทำงานเดี๋ยวนี้เลย!”
“อย่า! โหรวโหรวเธอบอกสิว่าความคิดฉันเป็นยังไง เลือดของสัตว์ร้ายเดือดพล่านไหม?” หลินจือเซี๋ยวมองเธออย่างตั้งตาคอย ก่อนจะพบว่าใบหน้าของเธอแดงก่ำและยิ้มอย่างไม่สนใจ
“เลือดสัตว์ร้ายนั่นเป็นเขาที่มี ไม่ใช่ฉันสักหน่อย” เธอจะทำตามที่หลินจือเซี๋ยวบอกได้ยังไง
อันโหรวมองไปที่เธอพลางยิ้มอย่างอวดดี จู่ ๆ รอยยิ้มบนริมฝีปากนั้นก็กระตุกขึ้น “ฉันจำได้ว่าเธอดูไร้เดียงสา แต่ช่วงนี้เป็นเพราะฉีเซิ่งเทียนมาใกล้เธอเกินไปหรือเปล่านะถึงได้มีด้านมืดแบบนี้?”
เมื่อเธอได้ยินชื่อฉีเซิ่งเทียนขึ้นมา รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินจือเซี๋ยวก็หายไป “ฉันกับเขาไม่ได้อยู่กันใกล้ นอกจากเวลางาน”
“เธอคิดว่าฉันพูดถึงเรื่องอะไร? หรือว่าพวกเธอแอบ…..”
“เปล่าสักหน่อย ขอปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ช่วงนี้ฉันยุ่งจนหัวหมุนไปหมด จะมีเวลาไปสนใจเขาได้ยังไง!” หลินจือเซี๋ยวค่อย ๆ ก้าวถอยหลังออกไปเพราะเธอต้องไปทำงานต่อจริง ๆ
“งั้นก็หมายความว่ารอให้เธอว่างแล้วถึงจะค่อย ๆ สนใจเขางั้นใช่ไหม?” อันโหรวเริ่มพูดจี้ปมเธอไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้สนใจผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูที่เหลือบมองมาเลยสักนิด