“โหรวโหรว!” จิ่งเป่ยเฉินอดไม่ได้ที่จะจ้องเธอด้วยการถลึงตาใส่ “อย่าพูดจาแบบนี้!”
เมื่อเห็นใบหน้าที่ดูกังวลและจริงจังของเขาแบบนี้ เธอก็ยื่นมือออกไปบีบที่ใบหน้าของเขา “สามีที่รัก นายคงไม่ลิดรอนสิทธิ์ในการออกไปไหนมาไหนใช่ไหม อีกอย่างฉันคงไม่ปล่อยให้ตัวเองเกิดเรื่องขึ้นแน่ ๆ ก่อนหน้านั้นจนถึงตอนนี้นายยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ต่อให้เจอเรื่องร้าย ๆ แค่ไหน นายก็ปกป้องฉันได้เสมอ เว้นเสียแต่นายจะปกป้องฉันไม่ได้ ซึ่งเรื่องแบบนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก ใช่หรือเปล่า คุณบิ๊กบอสจิ่ง!”
จิ่งเป่ยเฉินเมื่อมองเธอแบบนี้ ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาก็ปล่อยให้มือเล็ก ๆ บีบหน้าของเขาไปมา ดวงตาสีดำสนิทนั้นจ้องมองเธอราวกับหลงไปด้วยเสน่หา
อันโหรวมองตาของเขา ก่อนจะรีบดึงมือกลับไปทันที “แล้วที่โรงงานเป็นยังไงบ้าง?”
เมื่อมือเล็ก ๆ ที่อบอุ่นถูกดึงกลับไป จิ่งเป่ยเฉินก็รู้สึกราวกับขาดความสุขไปชั่วครู่หนึ่ง ถ้าหากจะเล่นหน้าเขาแบบเมื่อครู่นี้ละก็ เขาก็แทบไม่ปฏิเสธที่จะให้เธอเล่นแบบนี้อยู่เรื่อย ๆ
แต่การที่เธอเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเร็วแบบนี้ มันเกินไปหน่อยหรือเปล่า?
ส่วนเรื่องหัวข้อคำถามพวกนั้น เขาก็ยินดีที่จะตอบกลับไปว่า “เป็นฝีมือของตัวเขาเองต่างหาก คนที่ตายไป พอวินิจฉัยว่าเป็นอะไรถึงเสียชีวิตก็พบว่าเป็นโรคมะเร็ง แต่เขาก็ซื้อประกันมาก่อนเป็นจำนวนมากพอสมควร และอาจจะทำให้คนในครอบครัวของเขาบางคนยุยงให้เกิดเรื่องแบบนี้”