โอวหยางกรุ๊ปไม่เพียงแต่จะครอบคลุมตลาดระดับสูง แต่ยังครอบคลุมไปถึงตลาดชั้นล่าง อย่างไรก็ตามในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาผู้คนในเมือง A ต่างคิดค้นกำหนดแนวคิดการบริโภคแบบมั่นคง
แต่บริษัทจิ่งของเรานั้นเริ่มจากตลาดชั้นสูงมาโดยตลอด และวิเวียนก็เป็นถึงระดับไฮเอ็นด์ชั้นสูงสุด
นั่นคือสิ่งที่ทำให้โอวหยางลี่คิดที่จะตีสนิทและดึงเข้าไปเป็นพวก เพื่อที่จะเอาชนะด้วยหัวสมองของเขา
บริษัทจิ่งเข้าสู่วงการอุตสาหกรรมหยกอย่างกะทันหัน คนส่วนใหญ่ต่างดูตื่นเต้นเพราะคิดว่าจิ่งเป่ยเฉินทำเพื่อความสนุก ไม่ได้จริงจังอะไร
ซึ่งตอนแรกอันโหรวเองก็คิดแบบนั้น
ผู้ชายที่อยู่ตรงข้ามเอียงหน้ามองมา “เธอชอบอันไหน?”
“ประธานจิ่ง คุณก็รู้ว่าฉันไม่ได้ชอบของแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องให้ฉันหรอกค่ะ” คงเพราะเห็นและเจอมาเยอะตั้งแต่เด็ก ๆ เธอเลยไม่ได้มีความชอบเป็นพิเศษสำหรับเครื่องประดับเหล่านี้
“ทำไมเธอถึงรู้ว่าฉันจะให้เธอ?” จิ่งเป่ยเฉินเงยหน้ามองเธอ ดวงตาที่ดำสนิทนั้นให้ความรู้สึกเหมือนรอลุ้น
“งั้นฉันคิดว่า……” เธอก้มหน้าลงไปมองเครื่องประดับหยกบนโต๊ะ ดวงตาของเธอเป็นประกาย “พวกมันดูสวยไปหมด!”
จิ่งเป่ยเฉินจ้องไปที่ใบหน้าของเธอ ก่อนจะยิ้มมุมปาก “ให้เธอหมดเลย”
อันโหรวหรี่ตาลงและยืดตัวขึ้นมองไปที่เขา “นาย…….เล่นเป็นหนิ!”
“ชมเกินไปแล้ว”