“ประธานโอวหยางยังวนเวียนคิดแต่เรื่องพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ดูท่าทางหนักเอาการเหมือนกันนะ อาการป่วยของคุณแบบนี้ ผมรู้จักหมอที่มีฝีมือเก่ง ๆ อยู่นะ แต่ดูแล้วเหมือนจะหมดหนทาง” จิ่งเป่ยเฉินพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบเยือกเย็น ทำให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงความน่ากลัว
“ฉันไม่ได้ป่วย!” สายตาของเขามองไปที่อันโหรว ใบหน้าที่เรียบเฉยของอันโหรวทำให้คิดอยู่ในหัวตลอดเวลา หลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยลืมเธอเลยสักครั้ง และก็ไม่เคยหยุดคิดถึงได้เลย
“ฉันว่านายก็ดูป่วยไม่ใช่น้อยเหมือนกันนะ ถ้าหากไม่มีเงินรักษา ฉันจะเห็นแก่เมื่อก่อนที่เป็นเพื่อนกันมานาน ตอนนี้……สุนัขเลี้ยงไม่เชื่อง ประธานโอวหยางอยากจะเป็นสุนัขดีหรือสุนัขข้างทางกัน?” ในเมื่อเผชิญหน้ากับเธอแบบนี้แล้ว เธอก็ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าเขา
“โหรวโหรว เรื่องเมื่อห้าปีก่อนฉันอธิบายได้นะ!” เขาไม่เชื่อว่าโหรวโหรวที่เขาชอบจู่ ๆ จะไม่ต้องการเขาแล้ว
ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขนาดนั้น บอกไม่ชอบก็คือไม่ชอบงั้นเหรอ?
“นายกำลังสร้างเรื่องโกหกหรือเปล่า? ถ้าหากต้องการให้โหรวโหรวฟังการเล่าเรื่อง ฉันจะหามืออาชีพมาเล่าให้เธอฟังเอง พวกเราไม่สนใจการแสดงละครมือสมัครเล่นแบบประธานโอวหยางหรอก” จิ่งเป่ยเฉินเหลือบมองเขาด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ “ข้างนอกอากาศหนาว พวกเราเข้าไปด้านในกันเถอะ”