“แม่ หลานก็เห็นแล้ว สะใภ้ก็เห็นแล้ว ควรกลับไปได้หรือยัง?” จิ่งเป่ยเฉินรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบใจของเธอจึงพูดขับไล่ขึ้นมาทันที
“พวกเราเพิ่งจะมาถึงเองนะ!” ซูรั่วหยาไม่ยอมไปแน่นอน เธอกอดและเล่นกับหน่วนหน่วนอย่างมีความสุข “ข้างนอกหิมะตกแล้ว ไม่เหมาะที่จะออกไป พวกเราจะพักอยู่ที่นี่”
“พักได้ แต่ถ้ามีเรื่องอะไรจะพูดหวังว่าจะเก็บไว้ในใจก่อนพูดมันออกมา เมื่อถึงเวลานั้นลูกสะใภ้พาหลานออกไปละก็ แม้แต่ที่ที่จะร้องไห้ก็คงไม่มี” เมื่อถึงเวลานั้นเขาเป็นคนที่ถูกปรักปรำ
อันโหรวเลื่อนสายตาไปมองที่เขา ‘นายพูดตรงไปไหม?’
‘แม่ของฉันงี่เง่า หากไม่พูดตรง ๆ จะไม่เข้าใจ’ แม้แต่ตอนนี้ก็ไม่รู้จะเข้าใจหรือเปล่า
การส่งสายตาระหว่างสองคนนั้นทำให้คนอื่นนั้นไม่รู้อะไรเลย มีแต่หยางหยางที่อยู่ในอ้อมกอดของอันโหรวเท่านั้นที่รู้ว่าแม่ของเขากำลังไม่สบายใจกับคำพูดของคุณยาย
“หลานอยู่ตรงนี้ไม่ได้ไปไหน รอพวกเขาแต่งงานกัน ก็ค่อยพาหลาน ๆ เข้าไปอยู่ที่บ้าน วันนี้พวกเรากลับกันก่อนเถอะ! เธอไม่เห็นว่ามือลูกบาดเจ็บอยู่เหรอ? จะมีเวลามาดูแลเธอได้ยังไง” จิ่งเซิงลุกขึ้นมองและเดินไป ซูรั่วหยาจึงเตรียมตัวออกไปเช่นกัน
ซูรั่วหยาลุกขึ้นเดินไปจับมือจิ่งเป่ยเฉิน เธอมองเขาด้วยสายตาที่เป็นห่วง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ “ลูกแม่เก่งมาก เป็นผู้ชายต้องปกป้องภรรยา!”