“สามีที่ปกป้องภรรยายืนอยู่นี่ ไปได้แล้ว!” จิ่งเซิงลากเธอออกมา ซูรั่วหยาดูไม่ค่อยอยากออกไปนัก เธอมองหน่วนหน่วนและหยางหยางอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะมองไปที่ใบหน้าของลูกสะใภ้ที่สง่างาม “ลูกสะใภ้ของฉันสวยจริง ๆ”
หลังจากที่พวกเขาออกไป อันโหรวก็หันไปมองจิ่งเป่ยเฉิน “ความจริงแม่คุณเป็นคนดูคนที่ภายนอกใช่ไหม?”
“เธอไม่คิดว่าเป็นหลานหรอกเหรอ?” เขายิ้มบาง ๆ พลางมองไปที่หยางหยางที่เธออุ้มอยู่ น้ำเสียงก็พลันเปลี่ยนไปทันที “เป็นผู้ชายต้องนั่งเอง!”
ท่าทางดูต่างกับพ่อจ๋าอย่างชัดเจน! “พูดกับแม่จ๋าอย่างอ่อนโยน พูดกับพี่จ๋ารุนแรงจัง” หน่วนหน่วนที่นั่งอยู่ตรงโซฟาฝั่งตรงข้ามพูดขึ้นและมองมาที่พวกเขา
“เพราะแม่จ๋าเป็นผู้หญิงที่ต้องอยู่เคียงข้างพ่อจ๋าตลอดชีวิต พี่ชายหนูโตขึ้นมาก็ต้องคอยอยู่เคียงข้างผู้หญิงของเขา ไม่จำเป็นต้องอ่อนโยนกับเขา” เลี้ยงเขาอย่างอ่อนโยนแล้วจะเป็นยังไง โตขนาดนี้แล้วยังตัวติดภรรยาเขาอยู่ มันไม่ได้
“แล้วหน่วนหน่วนละคะ?” เธอเอียงหน้ามองเขาอย่างสงสัย
“คนที่รักหน่วนหน่วนก็จะอยู่เคียงข้างหนูเอง” จิ่งเป่ยเฉินมองไปที่หยางหยาง ก่อนจะเลื่อนไปมองโหรวโหรว พลันเห็นสายตาของโหรวโหรวที่จ้องมาด้วยความโกรธ เขาก็มีความสุขขึ้นมาทันที
“จิ่งเป่ยเฉิน! ลูก ๆ ยังเด็ก นายพูดอะไรของนาย!”
“คิดเรื่องความรักไว้ล่วงหน้าไม่ดีเหรอ?” เขาหัวเราะ ก่อนจะโอบไปที่เอวของเธอ “ที่รักอ่อนโยนกับคนป่วยหน่อยสิ”