“เมื่อคืนพี่สะใภ้ถือมีดปอกผลไม้ด้วยนะ ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ปักเข้าไปตรงกลางมือของเหลียวเว่ย เลือดนี่ไหลพุ่งกระฉูดใส่ฉันทันทีเลย แล้วยังให้ฉันช่วยแก้แค้นอีกต่างหาก! เพราะงั้นยอมทำโทษสุภาพบุรุษอย่างฉันดีกว่าทำโทษคุณผู้หญิงนะ!” พวกเขานั่งอยู่ด้านในห้องรับรองส่วนตัว ดังนั้นฉีเซิงเทียนจึงพูดขึ้นมาด้วยเสียงที่ดังเพราะไม่มีใครสามารถได้ยินสิ่งที่เขาพูด
และเสียงที่ดังกึกก้องในห้องรับแขกนั้น ทุกคำที่เปล่งออกมานั้นอันโหรวก็ได้ยินทุกคำอย่างชัดเจน
เธอรู้สึกว่าสายตาของคนข้าง ๆ เริ่มมองมาที่เธอด้วยสายตาที่ร้อนรน เธอหยิบแก้วนมขึ้นมาดื่มต่อ ฉีเซิงเทียนยังบอกอีกว่าเธอให้เขาจับมือไว้ยังไง มีดที่ปักลงไปครั้งที่สอง เธอยั่วโมโหเหลียวเว่ยยังไง จนกระทั่งเดินออกไปอีกด้วย
เมื่อคืนเธอรู้สึกโมโหมากจริง ๆ ราวกับสุนัขที่กระโดดข้ามกำแพง ยิ่งไปกว่านั้นคือคน
“พี่เฉิน คุ้มกับที่พี่บาดเจ็บอยู่นะ!” ฉีเซิงเทียนพูดสรุป
“คุ้มค่ากับผีสิ! ในฤดูหนาวแบบนี้เกล็ดเลือดจับตัวกันช้ากว่าเดิม อาการบาดเจ็บไม่เป็นที่น่าพอใจสักนิด ไม่คุ้มค่าหรอกนะ” เธอพูดอย่างไม่สบอารมณ์และหันไปมองสายตาของจิ่งเป่ยเฉิน ก่อนจะเอ่ยว่า “มองอะไรเล่า ไม่กินข้าวเช้าจะหายได้ยังไง?”
“ป้อนฉันสิ”