อันโหรวชะงักขึ้นมาทันที ก่อนจะจ้องไปที่ริมฝีปากสีชมพูของเขาและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา นี่เธอพูดดีกับเขาเกินไปหรือเปล่า?
เธอยกแก้วนมขึ้นมาให้เขาตรงหน้า “ใช้มือซ้ายถือไว้”
“สิบนิ้วเจ็บไปถึงหัวใจ” จิ่งเป่ยเฉินหลอกเธออย่างเคร่งขรึม มือทั้งสองข้างไม่มีวี่แววว่าจะยกขึ้นมา
เธอจึงยอมจำนน เห็นแก่มีคนนอกอยู่ตรงหน้า
เธอยกแก้วนมป้อนถึงปากของเขา ครั้งนี้เขาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ดื่มนมจนหมดแก้ว
จู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนกำลังให้อาหารสุนัขหมาป่า เขาที่ดูเชื่อฟังมาที่นี่เพื่อรายงานแน่ ๆ
ทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้กันนะ?
“ปล่อยเหลียวเว่ยไปเถอะ!” ทันใดนั้นอันโหรวก็พูดขึ้น
“ทำไม? เธอทรมานพอแล้ว?” ฉีเซิงเทียนพูดจบก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่เย็นชาของทั้งคู่ที่จับจ้องมาที่เขา “เธอฆ่าลูกของเธอจริงเหรอ?”
สายตาทั้งคู่เย็นชาอีกแล้ว
วันนี้เขากลายเป็นอาชญากรหรือยังไง? พูดอะไรก็ผิดไปหมด!
“หรือว่าจะเป็นลูกสาว?” ครั้งนี้เขาไม่น่าพูดผิดหรอกมั้ง
อันโหรวที่กำลังปอกเปลือกไข่ต้มอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมามองเขา “ในสายตานายฉันดูโหดเหี้ยมมากเลยงั้นเหรอ?”
“ใช่ ไม่ใช่แค่โหดเหี้ยม แถมยังนองเลือดอีก” เมื่อคืนเขาเห็นมากับตาตัวเอง ไม่ใช่เรื่องหลอกลวงแน่
“ขอบคุณสำหรับคำชม แต่ฉันเป็นแม่คนนะ ฉันไม่ทำร้ายคนที่ท้องอยู่หรอก ลูกของเธอ ฉันไม่ได้เป็นคนฆ่า” เธอพูดเน้นคำว่า ‘ลูก’ เพื่อเน้นย้ำเตือนสติฉีเซิงเทียนว่าเขาพูดผิด