หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็เดินตรงมาหาเขาพร้อมกับยาและแก้วน้ำที่อยู่ในมือ ก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทางที่เย็นชาว่า “กินยา!”
“ป้อนฉันหน่อยสิ” เขายกมือข้างที่บาดเจ็บ แต่ก็ทำท่าไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใด ๆ ใบหน้าที่ดูเย็นชาของเขาในตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นซีดเซียวขึ้นมาทันที
กลิ่นของยาที่ทาแผลพร้อมกับกลิ่นของเลือดลอยฟุ้งจาง ๆ อยู่ในอากาศ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และพูดว่า “อ้าปาก”
จิ่งเป่ยเฉินอ้าปากให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ดวงตาของเขานั้นจับจ้องไปที่ใบหน้าของเธอ หลังจากกินยาเสร็จเรียบร้อย เขาก็คว้าตัวเธอเอาไว้ก่อนที่เธอจะเดินออกไป “โกรธเหรอ?”
“จะโกรธได้ไง? ประธานจิ่งช่วยฉันไว้ ฉันจะโกรธได้ยังไงกัน!” เธอวางแก้วน้ำที่อยู่ในมือลงอย่างแรง เสียงที่วางแก้วน้ำดังเสียยิ่งกว่าเสียงของประตูที่ปิดเสียอีก
เขาเหลือบมองไปที่แก้วน้ำด้วยสายตาที่เย็นชา ก่อนจะยกมือที่พันไปด้วยผ้าพันแผลมาแตะบนใบหน้าที่เป็นจ้ำ ๆ ของเธอเบา ๆ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลออกไปว่า “ไหนบอกว่าไม่โกรธไง”
“ทำไมฉันต้องโกรธด้วย? ฉันไม่ใช่คนที่ได้รับบาดเจ็บนี่!” เธอตบไปที่มือของเขา เพียงแต่ว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะตีเท่าไร เพราะลืมไปว่ามือข้างนี้เป็นมือที่ได้รับบาดเจ็บ
เมื่อเห็นเธอระเบิดอารมณ์ขนาดนั้น เขาก็รู้ว่าเธอกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่ เขากอดเธอเอาไว้ ก่อนจะให้เธอนั้นพักพิงเอาไว้ในอ้อมกอด “จูบฉันสิ แล้วฉันจะเชื่อว่าเธอไม่โกรธ”