่นเจ็บปวด
ทันใดนั้นก็พบว่าก่อนหน้านั้นจิ่งเป่ยเฉินอดทนกับตัวเธอได้มาก มีบางครั้งที่ก็แอบทำตัวร้าย ๆ ใส่เธอ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอลำบากใจอะไรมากนัก
“คิดอะไรอยู่?” แก้วไวน์ในมือของเธอจู่ ๆ ก็ถูกชนเข้า พร้อมกับเสียงคุ้นเคยที่ดังขึ้นมาข้าง ๆ หู
“คิดถึงคุณอยู่!” เธอไม่ได้พูดโกหก เธอกำลังคิดถึงเขาจริง ๆ
“ได้รับความโปรดปรานอย่างไม่คาดฝัน”
เธอตอบโต้ผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ กลับ ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหน้านี้เป็นคู่หูที่สำคัญของเธอ เมื่อครู่เธอเพิ่งได้สติกลับมาก็เลยพูดตอบโต้กลับไปแบบนั้น
เมื่อเห็นคนกลุ่มนั้นหลายคนล้วนมองมาที่เธออยู่หลายครั้งหลายครา อีกทั้งยังส่งยิ้มให้กับจิ่งเป่ยเฉินอีกด้วย “ผู้หญิงของประธานจิ่งนี่ช่างสวยไม่เหมือนใครจริง ๆ”
พูดโกหกแล้ว!
อันโหรวค่อย ๆ ยกไวน์ขึ้นดื่ม ฉีเซิงเทียนเองก็เพิ่งพูดแบบนี้ไป แต่ว่าคนอื่น ๆ ในงานเลี้ยงแบบนี้จะมีคนตาบอดมากถึงขนาดนั้นเลยหรือไง?
หรือเรียนหนังสือไม่ดีกันแน่ ๆ ถึงได้เรียนรู้วิธีมองสีหน้าแบบจิ่งเป่ยเฉิน นี่คงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไรหรอกนะ
“ขอบคุณสำหรับคำชม” เธอยิ้มอย่างอ่อนโยนและทำท่าทางสุภาพ พร้อมกับยิ้มอย่างปลื้มปีติให้
“ช่างมีมารยาทเสียจริง ๆ” ชายคนนั้นพูดขึ้นอีกครั้ง
มารยาทพวกนี้ล้วนแล้วต้องถูกสั่งสอนตั้งแต่เด็ก แต่สำหรับเธอแล้วมารยาทพวกนี้บางครั้งก็ใช้มันในคราวที่เป็นประโยชน์เท่านั้น
ในเวลานี้พิธีกรได้ขึ้นไปบนเวทีแล้ว
“ประธานจิ่งที่อยู่ด้านล่างเชิญขึ้