นมาพูดบนเวทีด้วย” พิธีกรส่งสายตามาหาเขา แสงไฟสปอตไลต์ก็สาดส่องมาที่เขาทันที
อันโหรวปล่อยมือเขาออก นี่เป็นช่วงเวลาที่ต้องเตรียมตัว เธอไม่สามารถขึ้นไปบนเวทีกับเขาได้
แต่จิ่งเป่ยเฉินกลับไม่สนใจเรื่องพวกนี้แม้แต่น้อย เขาปล่อยมือออกแล้วโอบเอวเธอ ก่อนจะพาเดินขึ้นไปบนเวทีด้วยกัน แสงไฟสาดส่องไปที่พวกเขาที่กำลังก้าวขึ้นไปบนเวที
“นายจะทำอะไร?” เธอกดเสียงต่ำพลางเอ่ยถาม
“เธอจะห่างจากฉันไปไม่ได้แม้แต่ครึ่งก้าว” ครั้งก่อนก็เกิดอุบัติเหตุ ครั้งนี้มีผู้คนมากมาย เขาต้องป้องกันและปกป้องเธอ
“นายเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า? ฉันอยู่ในสายตานาย ไม่หนีไปไหนหรอก” เธอไม่ได้เป็นเด็กโง่ และเธออยากจะมองดูเขาอยู่ด้านล่าง ไม่ได้อยากขึ้นมาด้านบนแบบนี้ ความรู้สึกมันต่างกันนะ
แต่ว่าพูดไปตอนนี้พวกเขาก็ขึ้นมาอยู่บนเวทีแล้ว คนที่อยู่ด้านล่างต่างมองมาที่พวกเขาทั้งสองคน แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลับยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ
แม้แต่ในงานแถลงข่าวผลิตภัณฑ์หยก จิ่งเป่ยเฉินก็ลากเธอออกไปด้วยโดยแทบไม่ได้พูดอะไร
พิธีกรวางไมโครโฟนในมือของเขา จิ่งเป่ยเฉินมองไปที่ผู้ชมด้านล่างด้วยสายตาที่เย็นยะเยือกและพูดขึ้นว่า “ผลงานทั้งหมดที่ถูกจัดแสดงนับว่าไม่เลว ปีหน้าพวกเราจะพยายามต่อไป”
นี่พูดจบแล้วเหรอ?
อันโหรวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จ้องมองไปที่ตัวเขาพลางคิดในใจว่า ‘ไม่จริง! บิ๊กบอสนี่คุณจะพูดกระชับและรวดเร็วขนาดนั้นเลย!?’
“ค่ำคืนนี้ต้องขอต้อนรับ