ะคอกไปก่อนจะก้มลงทำงานต่อ
แต่ยังไม่ทันผ่านไปสองนาที เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาอีกครั้ง เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าเป็นฉีเซิงเทียน
เธอรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที “ประธานฉียังมีอะไรสั่งอีกไหมคะ?”
ฉีเซิงเทียนรีบเดินเข้ามาหา สายตาจับจ้องไปที่ร่างกายของเธอ “เธอยังไม่ได้บอกฉันเลยว่าเธอนัดบอดไว้กี่โมง ไปเจอกันที่ไหน และเขาเป็นใคร?”
“แล้วทำไมฉันต้องบอกคุณด้วย?” ตอนนี้บริษัทจิ่งถามเรื่องส่วนตัวกันแล้วเหรอ? หรือไม่ยอมให้ไปเดต? มีเหตุผลหรือเปล่า?
“จะบอกไม่บอก!” ฉีเซิงเทียนตะโกนถาม เขาไม่เชื่อว่าหลินจือเซี๋ยวจะกล้าไม่ตอบคำถามของเขา
เธอที่ถูกเขาคำรามใส่จะไม่ตอบได้ยังไงกัน คำตอบอยู่ในหัวก็ตอบออกไปโต้ง ๆ “คืนวันศุกร์นี้ที่จื่ออวี๋ คู่เดตคือเซว์มู่”
“เซว์มู่?” ทำไมไม่ชื่อเซี่ยมู่! เป็นชื่อที่ไม่น่าฟังจริง ๆ เขาที่ยังไม่ทันได้เห็นตัวจริงก็ดูหมิ่นแล้ว
“แล้วพ่อเขาแซ่เซี่ยที่ไหนกัน!”
“หลินจือเซี๋ยว! เธอไม่ต้องมาพูด!” ฉีเซิงเทียนมองเธอ ผู้หญิงคนนี้เริ่มเป็นคนหงุดหงิดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
เขาจำได้ว่าเมื่อก่อนเธอนอกจากจะตั้งใจทำงานมาก ๆ แล้ว เธอยังมุ่งมั่นต่อหน้าจิ่งเป่ยเฉินและเขา แต่ตอนนี้กลับกล้าแกล้งพูดเล่นกับเขาแล้ว
หรือว่าเป็นเพราะอันอีหานที่ตอนนี้เป็นผู้หญิงของจิ่งเป่ยเฉิน เธอจึงมีคนคอยหนุนหลังให้ถึงได้กล้าขนาดนี้?
เธอเม้มริมฝีปากโดยไม่ได้พูดอะไร
นอกจากนี้มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เธออยากจะพูด เป็นเขาที่ถามแ