ียนได้ ถึงยามนั้นเจ้ากับขุมอำนาจที่เจ้าต้องการชักชวนมาเป็นพวกจักเป็นผู้ปกครองโลกใบนั้น”จักรพรรดิสวรรค์ได้ยินคำพูดนี้ก็ดวงตาเป็นประกาย เขาไม่สงสัยในคำพูดของเจียงฉางเซิงแม้แต่น้อย รีบคารวะขอบคุณอย่างรวดเร็วจักรพรรดิสวรรค์เริ่มเล่าต่อว่าตนเองเตรียมจะชักชวนขุมอำนาจไหน มหามรรคาไหนมาบ้าง เจียงฉางเซิงฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ หายากที่บุตรชายจะมาพร่ำพูดให้เขาฟัง เขาดีใจมากทีเดียวยิ่งพวกเขาฐานะสูงส่งขึ้น อายุมากขึ้น จักรพรรดิสวรรค์ผู้เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของเจียงฉางเซิง นอกจากจะภารกิจรัดตัวแล้ว ยังไม่สะดวกใจจะแวะมาหาเจียงฉางเซิงด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง เพราะกลัวว่าจะเป็นการรบกวนเขาสิ่งสำคัญที่สุดก็คือจักรพรรดิสวรรค์ไม่แน่ใจว่ายามนี้บิดาของเขามองโลกอย่างไรแล้ว ยามพ่อลูกสองคนพบหน้ามักมีแต่จักรพรรดิสวรรค์ที่เล่าเรื่องกลัดกลุ้มของตนเองให้เขาฟังฝ่ายเดียว สิ่งนี้ทำให้จักรพรรดิสวรรค์คิดมากอยู่บ่อยครั้ง เขาไม่แน่ใจว่าภาพลักษณ์ของตนเองในใจบิดาเป็นเช่นไรมู่หลิงลั่วกำลังมองจักรพรรดิสวรรค์ที่ร่ายยาวไม่หยุดอยู่แต่แล้วทันใดนั้นคิ้วของนางก็ขมวดเป็นปมผ่านไปพักใหญ่ หลังจากจักรพรรดิสวรรค์ไล่เรียงบอกลาบิดากับมารดาแล้ว มู่หลิงลั่ว