่งเป่ยเฉิน หน่วนหน่วนอยู่ที่โรงพยาบาล นายจะไปด้วยไหม?”
นี่ไม่ใช่เรื่องไร้สาระหรือล้อเล่นใช่ไหม?
เขารีบหยิบเสื้อกันลมสีดำที่แขวนอยู่ที่ราวและหยิบเสื้อโค้ตมาสวม ก่อนจะรีบเดินไปหาเธออย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่เป็นกังวลของเขาเริ่มเผยให้เห็นอย่างชัดเจน อันโหรวเองก็กังวลไม่ใช่น้อย แต่เมื่อคิดว่าตอนนี้หยางหยางน่าจะอยู่ข้างกายเธอ เธอก็ค่อย ๆ ใจร้อนมากขึ้น
เมื่อพวกเขาวิ่งออกไปก็พบกับฉีเซิงเทียนที่กำลังมองหาจิ่งเป่ยเฉินอยู่พอดี “พี่เฉิน ข้อความสำคัญ…..”
ทั้งสองคนเดินผ่านเขาไปราวกับไม่ได้ยินคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย “นี่รีบไปทำอะไรที่ไหนกันเนี่ย?”
ฉีเซิงเทียนส่ายหน้าทันที ก่อนจะมองเอกสารในมือและเดินไปที่ห้องทำงานของตัวเองที่อยู่ด้านหลัง ช่วงระหว่างที่กำลังเดินผ่านไปห้องทำงานก็ต้องผ่านห้องทำงานของหลินจือเซี๋ยว เขาชะงักฝีเท้าก่อนจะหมุนตัวเดินตรงเข้าไป
เขาเคาะประตูเบา ๆ เมื่อหลินจือเซี๋ยวได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้นมองไปที่เขา “เธอรู้ไหมว่าทำไมประธานจิ่งกับเลขาอันถึงได้รีบวิ่งออกไปเร็วขนาดนั้นกัน?”
“พวกเขาออกไปแล้วเหรอคะ?” หลินจือเซี๋ยวถามกลับ
ฉีเซิงเทียนทุบหน้าผากตัวเองเบา ๆ มองเธออย่างพูดไม่ออก ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าภายในสมองของตัวเองเกิดความสับสนขึ้นมา เมื่อครู่นี้หลินจือเซี๋ยวทำไมถึงได้ถามเขาแบบนั้น “ดูท่าเธอเองก็คงไม่รู้เหมือนกันสินะ”
หลินจือเซี๋ยวมองเขาที่หมุนตัวเดินกลับออกไปอย่างสงสัย เธอถึงกับพูดไ