งั้นเดี๋ยวนายจะติดหวัดเอาได้” เธอค่อย ๆ หลับตาลงและพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “จิ่งเป่ยเฉิน วิธีของนายไม่ได้ผลหรอก ฉันมีลางสังหรณ์ และลางสังหรณ์ของฉันก็แม่นยำด้วย!”
ทันใดนั้นเธอก็เอามือไปแนบที่หน้าผากของตัวเอง เธอคิดอยากจะสัมผัสมันด้วยตัวเอง เมื่อกี้แค่รู้สึกว่าเวียนหัว แต่ดูแล้วเหมือนเธอจะไม่มีไข้เท่าไร
เธอค่อย ๆ ปิดตาลง ก่อนจะรู้สึกถึงอาการเวียนหัวอีกครั้ง
จิ่งเป่ยเฉินเอามือไปแตะหน้าผากของเธอ และก็เอาอีกมือแตะที่หน้าผากของตัวเอง ก่อนจะโน้มหน้าไปข้าง ๆ หูของเธอ “โหรวโหรว เธอกลัวการฉีดยาหรือเปล่า?”
“จิ่งเป่ยเฉิน หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว โทรหาหมอให้ฉันที!” ตอนนี้เธอไม่เพียงแต่จะรู้สึกเวียนหัวเท่านั้น แต่ยังรู้สึกอ่อนแรงอีกด้วย
เรื่องไข้หวัดฤดูใบไม้ร่วงอะไรพวกนั้น จะเป็นการดีที่สุดถ้าหากรักษามันเสียแต่เนิ่น ๆ
เขาลอบขโมยจูบที่แก้มของเธอ ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง
เธอหลับตาลงและหลับไปด้วยความเวียนหัว
ด้วยความงุนงง ก่อนจะรู้สึกตัวว่าที่ข้างกายมีคนอยู่ข้าง ๆ และดูเหมือนจะมุดเข้ามาในอ้อมแขนของเธอ “จิ่งเป่ยเฉิน นายไม่จบไม่สิ้นบ้างเลยหรือไง!”
“แม่จ๋า หนูเอง…..” หน่วนหน่วนไม่กล้าขยับตัวไปมา ก่อนจะจับแขนของเธอขึ้นและพยายามเงยหน้ามองเธอ “หน่วนหน่วนอยากให้ความอบอุ่นกับแม่จ๋า แม่จ๋าจะได้ไม่รู้สึกป่วย”
เมื่อได้ยินเสียงของหน่วนหน่วน เธอก็พยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบากและพูดว่า “หน่วนหน่วนเด็กดีของแม่ อยู่ให้