ามกลางสายลมเย็น ๆ
เมื่อครู่นี้เขาเกือบจะกระโดดลงไปช่วยแล้ว แต่เมื่อเห็นจิ่งเป่ยเฉินกระโดดลงไปก่อน ก็รู้สึกว่าเธอคงไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคนที่สองหรอก ดังนั้นเขาจึงช่วยด้วยการถอดสูทให้อย่างรวดเร็วแทน
เมื่อกลับมาที่รถ เสี่ยวหยางที่น่าสงสารก็ต้องรีบขับรถกลับบ้านด้วยความรวดเร็วอีกครั้งหนึ่ง อันโหรวหดตัวพิงพักไปที่ร่างของชายที่อยู่ข้าง ๆ ตลอดการเดินทาง สองมือยื่นผ่านเสื้อผ้าเปียก ๆ ของเขา ก่อนจะแนบชิดติดไปที่กล้ามเนื้อหน้าท้องและพูดว่า “หรือว่าตัวนายจะอุ่นกันนะ”
“เธอเอาฉันไปเทียบกับใครกัน?” เขากอดเธอผ่านชุดสูทที่ดูสะอาดสะอ้าน ก่อนจะก้มหน้าลงและเอ่ยถามเบา ๆ
“กับตัวฉันเองนี่แหละ” เธอกัดฟันที่สั่นระริก ก่อนจะพูดต่อ “จิ่งเป่ยเฉิน ฉันรู้สึกว่าตัวเองจะเป็นหวัดแล้วสิ”
“ลางสังหรณ์ของเธอผิดแล้ว” เพราะตอนนี้เขารู้สึกไม่หนาวเลยสักนิด แต่กลับรู้สึกรุ่มร้อนแทน
โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมแขนของเขานี่ช่างดูไม่ซื่อสัตย์เสียจริง ๆ สองมือของเธอวางลงบนตัวเขาเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ตัวเองก็ช่างมันเถอะ แต่นี่เล่นขยับตัวอยู่ตลอดเวลา นั่นทำให้ร่างของเขาที่เหมือนกับเตาหลอมอุ่น ๆ เผยความรุ่มร้อนออกมาแทบจะทันที!
เธอหลับตาลงพลางซุกตัวหาที่อุ่น ๆ บนตัวของเขา ถ้ารู้แบบนี้แต่แรก ตอนที่ขึ้นรถมาคงเห็นด้วยกับเขาไปนานแล้ว ถ้าถอดเสื้อผ้าออก แบบนั้นน่าจะอุ่นกว่าตอนนี้เสียอีก อย่างน้อยความร้อนบนตัวเขาก็ไม่ได้หลอกเธอ
เสี