นี้ไม่อนุญาตให้เธอหนีไปจากฉันแม้แต่ครึ่งก้าว”
“นั่นก็ไม่ได้สิ ฉันยังมีเรื่องต้องทำอีกนะ” เธอไม่เพียงแค่จะออกห่างครึ่งก้าวเท่านั้นหรอก แต่จะไปหลาย ๆ ก้าวต่างหาก
เขาจับเอวของเธอแน่นกว่าเดิม ก่อนจะกัดฟันและพูดข้าง ๆ หูของเธออีกว่า “เธอกล้าเหรอ!”
จากคำพูดที่ดูข่มขู่แบบนี้ หากคนอื่นมองก็คงคิดว่าพวกเขาทั้งสองคนดูสนิทสนมกันจริง ๆ นั่นแหละ
“คุณมีงานที่สำคัญมากกว่านั้นนะ” เธอยิ้มก่อนที่จะเอาหน้าไปใกล้ ๆ หูของเขาและกระซิบว่า “คุณมีหน้าที่ต้องดึงดูดความสนใจ”
เธอช่างเป็นคนวางแผนที่ดีเสียจริง ๆ!
“ห้ามหายไปจากสายตาของฉันเป็นอันขาด” เขาลดเงื่อนไขลง แต่นี่คือเส้นคงที่คงวาที่เขายื่นเสนอให้สุด ๆ แล้ว
“OK!” จากนั้นเธอก็ค่อย ๆ สังเกตทุกอย่างและรอคอยโอกาสที่จะได้ลงมือ
ทางด้านโอวหยางลี่และเหลียวเว่ยตอนนี้ทั้งสองคนกำลังถือแก้วไวน์และเดินมาหาพวกเขา เหลียวเว่ยมองเธอด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความหมาย ก่อนจะเอียงคอเล็กน้อยและยื่นแก้วไวน์ให้ “ประธานจิ่งและคุณหนูอันดูช่างรักใคร่กันจริง ๆ”
“แน่นอน” จิ่งเป่ยเฉินหยิบน้ำผลไม้และแก้วไวน์จากถาดของบริกรที่นำมาเสิร์ฟ
อันโหรวเองก็รับน้ำผลไม้ที่เขายื่นมาให้ ก่อนจะชำเหลืองสายตาไปยังเหลียวเว่ยที่หงุดหงิดเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรและก็จิบน้ำผลไม้ไปหนึ่งอึก
ทางด้านโอวหยางลี่เองแทบไม่ลดละสายตาจากการมองเธอเลยแม้แต่น้อย การปรากฏตัวของผู้หญิงที่สวมชุดเดรสสีม่วงนี้ช่างดูเหมือนโหรวโห