ก่อนหน้านั้นเขาไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำว่าเธอเคยพูดว่าอันอีหานก็คืออันโหรว
ถ้าหากผู้หญิงคนนั้นเป็นอันโหรวจริง เธอคงจะต้องถูกเยาะเย้ยและถากถางอย่างแน่นอน
“ฉันไม่ได้พูดอะไรเลย คุณมองว่าฉันจะทำอะไรกันแน่? ฉันไม่ชอบเธอก็จริง แต่แล้วยังไง ตราบใดที่เธอไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคุณ ฉันก็ไม่สนอะไรทั้งนั้น” ในสายตาของเธอนั้นมีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่สำคัญ
ส่วนคนอื่น ๆ จะอะไรก็ช่างมันเถอะ ต่อให้เป็นอันโหรวจริง ถ้าหากในใจของเขานั้นไม่มีอันโหรวอยู่ อันโหรวเองก็ไม่ใช่คนที่น่าหวาดกลัวอะไร
“ฉันไปทำธุระก่อน!” เธอพูดจบก็ลุกเดินออกจากห้องทำงานไป
เมื่อเดินมาถึงห้องรับรอง เธอก็เหลือบสายตามองไปที่ด้านใน ต่อให้ใบหน้านั้นจะเปลี่ยนเป็นซีดเหลือง น้ำเสียงจะแหบพร่า แต่ความรู้สึกที่บ่งบอกออกมานั้นก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
เธอเชื่อว่าคนคนนั้นจะต้องเป็นอันโหรวอย่างแน่นอน!
โอวหยางลี่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าห้องรับรองและมองเธอด้วยท่าทีที่จริงจัง แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเอาเธอไปเปรียบเทียบกับโหรวโหรว แต่ทุกครั้งที่ได้มองเธอเขาจะรู้สึกถึงความรู้สึกที่แตกต่างกันทุกครั้ง
“ประธานโอวหยาง พวกเราจะขอพูดกันตามตรง สัญญาครั้งก่อนนั้นบริษัทโอวหยางกรุ๊ปมีความเห็นยังไงบ้าง?” เธอมองเขาอย่างมีหลักมีแผน ไม่สนใจแม้ว่าจะมองเขาอย่างตรง ๆ หรือไม่ก็ตาม
“ช่วงนี้บริษัทจิ่งมีข่าวร้อนแรงอยู่เต็มไปหมดเลยนี่ หัวหน้าเลขายังมีอารมณ์มาสนใจเรื่องเล็กน้อยของพวก