ลี่ยนสีหน้าทันที “อันโหรว!”
เธอตอบกลับโดยไม่เงยหน้าแต่อย่างใด “จิ่งเป่ยเฉิน นายจะให้ฉันกินข้าวไหม อย่าเรียกฉันนักสิ คนกำลังหิว ๆ อยู่นะ!”
“เธอก็กินไป ค่อย ๆ กินล่ะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อน ๆ มองดูเธอก้มหน้าก้มตากินข้าว ไม่ว่าจะโกรธแค่ไหนแต่ก็กลับหายไปเสียแล้ว
เธอเรียกเขาว่าจิ่งเป่ยเฉินมักเป็นอะไรที่คุ้นชิน แต่เรียกประธานจิ่งก็ยิ่งคุ้นชินกับมันมากเช่นกัน แต่การเรียกเขาแบบนี้ที่บ้านนั้นดูยังไงก็รู้สึกไม่ค่อยน่าพอใจอยู่เล็กน้อยจริง ๆ นั่นแหละ
ส่วนการเรียกว่าสามี ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะเรียกตอนที่เธอนั้นออดอ้อนเสียมากกว่า
เช้าวันรุ่งขึ้นเธอตรงไปยังบริษัทกลุ่มโอวหยางกรุ๊ป ก่อนหน้านั้นจิ่งเป่ยเฉินมองดูเธออย่างห่วง ๆ แต่หลังจากนั้นก็ส่ายหน้าไปมาและพูดว่า “ฉันจะไปกับเธอเอง”
“ไม่ได้!” เธอรีบปฏิเสธทันที “จะทดสอบเขาละก็ ถ้าขืนนายไป เขาก็ต้องระวังตัวสิ”
เมื่อเขาครุ่นคิดอยู่สักพักก็รีบพูดด้วยท่าทีที่เคร่งขรึม “ฉันรู้ แต่ถ้าหากทำลายมันไปเลยน่าจะง่ายกว่าหรือเปล่า”
“เดิมทีนายก็คิดแบบนั้นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ไม่อย่างนั้นจะซื้อสกุลเห่อมาทำไมกัน โอวหยางลี่ไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร นายก็วางใจเถอะ!” เธอปลอบโยนเขาและก็ปลอบโยนตัวเองไปด้วย ก่อนจะออกไปทำเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
ที่หน้าประตูบริษัทโอวหยางกรุ๊ป เธอได้พบกับเหลียวเว่ยอีกครั้งหนึ่ง พวกเธอเกิดมาเพื่อตอบโต้และทะเลาะกันหรือยังไง?
เหลียวเว่ยเหลือบมองมาที่เธอ ก่อนจะเ