ท่านั้น เพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น” เพราะเขาน่าจะเดาได้ ถ้าหากพูดไม่ชัดเจนอะไรไปละก็ มีหวังได้เข้าใจผิดเพราะเรื่องเล็กน้อยนี้แน่ ๆ เธอไม่ต้องการให้ตัวเองเป็นตัวแปรที่ทำให้พี่น้องที่รู้จักกันมาหลายปีอย่างพวกเขาต้องมาแตกแยกกัน
มันจะดีกว่าถ้าหากเรื่องพวกนี้ไม่เกิดขึ้น
ในตอนนี้เสียงกริ่งก็ดังขึ้นที่ด้านหลังของเธออีกครั้ง
“เอาเถอะ เธอกลับไปที่ห้อง ฉันจะไปเปิดประตูเอง” จิ่งเป่ยเฉินพูดขึ้นทันที
“นายห้ามสร้างปัญหาอะไรนะ เข้าใจไหม?” เธอก้มหน้าลงมองชุดกระโปรงของตัวเอง ดูท่าคำพูดที่ดูมั่นใจเสียขนาดนั้นจะไม่อาจเปลี่ยนแปลงหรือโน้มน้าวได้อีกต่อไป
“ไปได้แล้ว!” เธอรีบหมุนตัวกลับไปยังห้องนอนเพื่อที่จะสวมใส่เสื้อผ้าเพิ่มให้ปกปิดมากกว่านี้หน่อย
จิ่งเป่ยเฉินได้ยินเสียงกดกริ่งที่หน้าประตูอีกครั้งจึงค่อย ๆ เดินไปเปิดประตูอย่างช้า ๆ ข้างนอกมีลมหนาวพัดผ่านเข้ามา ส่งผลให้ผมของถังซั่วพลิ้วไหวไปตามลม ลมที่หนาวเย็นพัดผ่านไปยังร่างกายของเขา ดูแล้วช่างหนาวเย็นเสียจริง ๆ
ถังซั่วจำรถของจิ่งเป่ยเฉินได้ตั้งแต่แรก แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะเคาะประตูเพื่อดูเสียหน่อย คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เห็นเขาสวมชุดนอนและมาเปิดประตูให้ด้วยตัวเองแบบนี้ อีกทั้งบนชุดนอนของเขานั้นมีลายมัดย้อม ราวกับว่าเพิ่งจะเล่นกับเด็กน้อยมาเสียอย่างนั้น
จิ่งเป่ยเฉินกับพวกเขาดูท่าน่าจะเข้ากันได้ดีไม่ใช่น้อย
เพียงแต่ว่าก่อนหน้านั้นเขาจำได้ว่าเด็