ก ๆ กับตัวเขาเองก็เข้ากันได้ดีนะ หรือเพราะว่าพวกเขาไม่ใช่พ่อลูกกันแท้ ๆ อย่างนั้นเหรอ?
ดวงตาของจิ่งเป่ยเฉินไม่ได้แผ่ความอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย เขายืนอยู่หน้าประตูโดยไม่แม้แต่จะแสดงอาการใด ๆ ออกมา ก่อนจะเหลือบมองไปยังสิ่งของที่อยู่ในมือของถังซั่ว สายตาพลันเกิดความสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย จึงเอ่ยคำถามที่ไม่ใช่ประเด็นเดียวกับสิ่งที่เขามองเลยแม้แต่น้อย “เพิ่งเลิกงานเหรอ?”
“อืม นี่เป็นรูปหน่วนหน่วนตอนที่ไปบริษัทสกุลถังเพื่อถ่ายรูป แต่ลืมส่งให้เธอ วันนี้นึกขึ้นได้เลยเอามาให้” เขายื่นถุงที่สวยงามยี่ห้อ Hello Kitty มาให้และพูดว่า “ฉันไปหาหมินลี่มา ดูแล้วอาการเขาก็ดีขึ้น แต่สถานการณ์ของฮั่วตงกลับไม่ค่อยดีเท่าไร”
จิ่งเป่ยเฉินเอื้อมมือไปรับของ ก่อนจะพูดกับเขาต่อว่า “ฮั่วตงนั้นไม่ได้ยุ่งกับพวกเรา ในโลกออนไลน์เรื่องข่าวอะไรพวกนั้น ฉันไม่สนใจหรอก กลับไปพักผ่อนเถอะ”
สำหรับถังซั่วแล้วรู้ได้ยังไงว่าเธอพักอยู่ที่นี่ แถมทั้งยังมีรูปถ่ายพวกนี้อีก เห็นทีเธอจำเป็นต้องอธิบายให้เขาเข้าใจมากกว่านี้แล้วสิ!
ภายใต้แสงไฟสลัว ๆ ที่ชายคาสาดส่องอยู่นั้นเผยให้เห็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนตามปกติของเขา “ไปก่อนนะ! มีอะไรก็เรียกฉันละกัน!”
“ไม่รบกวนนายหรอก” จิ่งเป่ยเฉินมองดูเขาเดินออกไป ก่อนจะปิดประตู
หลังจากที่ปิดประตูไปแล้ว เขาก็ได้เดินตรงไปยังทิศทางของห้องนอน อันโหรวที่ได้ยินเสียงปิดประตูก็สวมเสื้อคลุมและเดินออกมาจากข้างใน เธอมองไ