จิ่งเป่ยเฉินเหลือบมองไปยังหมินลี่ที่อยู่บนเตียงผู้ป่วยด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ทันใดนั้นก็ค่อย ๆ เอ่ยคำพูดขึ้นเบา ๆ ว่า “ทำดีมาก”
ทั้งสองคนเบิกต้ากว้างโตขึ้นทันที ฉีเซิงเทียนยิ้มและพูดขึ้นว่า “พี่เฉิน เป็นเพราะฮั่วตงไปยั่วโมโหพี่อย่างนั้นเหรอ?”
ไม่อย่างนั้นทำไมทุกอย่างถึงเปลี่ยนไปมากเสียขนาดนี้ ยึดบริษัทของคนอื่น แถมยังมีความสุขขนาดนั้นอีกที่มีคนถูกรถชน
เดิมทีฉีเซิงเทียนก็ไม่ได้คาดหวังที่จะได้ยินคำตอบของจิ่งเป่ยเฉินเท่าไร แต่เขาก็ตอบรับด้วยเพียงหนึ่งคำว่า “อืม”
“ที่จริงแล้ว เป็นมันที่ชนผม” หมินลี่พูดจบก็กลัวว่าคำพูดของตัวเองจะไม่น่าเชื่อถือพอ จึงเอ่ยเสริมพูดอีกครั้งหนึ่ง “จริง ๆ นะ มันดื่มเหล้ามาด้วย!”
“เอาเถอะ นายรักษาอาการบาดเจ็บให้ดี ๆ อย่ามายุ่งเรื่องพวกนี้เลย!” ฉีเซิงเทียนโบกมืออย่างหงุดหงิดใจ ตอนนี้เขาสนใจเรื่องความโกรธแค้นของทั้งสองคนเสียมากกว่า
จิ่งเป่ยเฉินกล่าวอย่างช้า ๆ ว่า “เดิมทีฉันตั้งใจ…..จะเล่นสนุกกับมันอย่างช้า ๆ เท่านั้นเอง”
ฉีเซิงเทียนนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ เขาอยากจะเอ่ยถามพี่เฉินจริง ๆ ว่าอย่าพูดคำให้สั้นจะได้ไหม เล่นสนุกกับเขาจนถึงตายเลยอย่างนั้นเหรอ?
จิ่งเป่ยเฉินเมื่อมองไปที่สีหน้าของหมินลี่ที่ดูดีขึ้น เขาก็ตัดสินใจที่จะออกไป “ฉันขอตัวก่อนละกัน”
ฉีเซิงเทียนเดินตามหลังเขาไปอย่างมีความสุข “พี่เฉิน ทำไมฮั่วตงถึงได้จ้องเล่นงานพี่ด้วย อยากให้ผมช่วยจัดการเขาให้ไหม? มันจะได้