เขารีบดึงกระดาษโน้ตนั้นมาทันที เขามองไปที่ข้อความที่เธอเขียนอีกครั้ง นึกถึงน้ำเสียงคำพูดของเธอที่ดูรู้สึกผิด พลันก็ยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย
ประโยคที่เธอเขียนเหมือนว่าหยอกล้อเขา เขามาอยู่ที่นี่สองวันแล้วยังไม่ได้แตะแม้แต่ชายเสื้อเธอเลยด้วยซ้ำ
เขากำเศษกระดาษโน้ตในมือและทิ้งลงถังขยะ หลังจากนั้นก็เดินขึ้นไปบนห้องนอน
เขาแค่ไปดูว่าพวกเขาเข้านอนกันแล้วหรือยัง สำหรับเขาแล้วเวลาสามทุ่มก็ยังถือว่าเพิ่งหัวค่ำ
อันโหรวที่ยังหลับไม่สนิท รู้สึกถึงความเย็นจากด้านหลัง ภายในใจก็รู้สึกตกใจ เหมือนมีเรื่องที่ยังคาใจเอาไว้อยู่
ในความมืดนั้นเธอดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มตัวหน่วนหน่วน ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่ามีใครบางคนอยู่ในห้อง
หลินจือเซี๋ยวนี่บ้านเธอมีผีเหรอ? ทำไมไม่บอกฉันกัน?
เธอนอนขดตัวพร้อมกับหลับตาปี๋ ค่อย ๆ ดึงผ้าห่มมาคลุมหัวตัวเองและมุดลงไป
เธอขดตัวเงียบอยู่ในความมืด บอกกับตัวเองว่าไม่มีหรอกผี แต่ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่ามีคนมาบีบที่เอวของเธอ เธอลืมตากว้าง แต่ปิดปากสนิทไม่ให้ร้องกรี๊ดออกมา
แต่ว่าทำไมผีตัวนี้น่ารำคาญจัง?
ที่แท้ก็จิ่งเป่ยเฉิน!
เมื่อมือปีศาจเอื้อมมือมาหาเธออีกครั้ง เธอก็ลุกขึ้นนั่งลงบนเตียง แม้ภายในห้องจะมืดสนิทแต่การเคลื่อนไหวของเธอกว้างมาก ทั้งคู่เลยหยุดเคลื่อนไหว
“จิ่งเป่ยเฉิน นายจะทำอะไร?” เธอดึงผ้าห่มเข้ามาใกล้พลางกระซิบถาม
“หมินลี่เกิดอุบัติเหตุ ฉันเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล” เธอรีบขยับเข้าไ