ปใกล้เขาจนเธอได้กลิ่นยาจาง ๆ เข้ามาในจมูก
ทันทีที่เธอได้ยินก็ดึงผ้าห่มออกและลงมาจากเตียง ก่อนจะห่มผ้าให้หน่วนหน่วนอย่างระวัง แล้วบอกกับเขาว่า “ออกไปคุยกันข้างนอก”
อยู่ดี ๆ ทำไมถึงเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้?
ทั้งคู่เดินออกมาจากห้อง ทันทีที่อันโหรวปิดประตูห้องก็ถูกเขากอดจากด้านหลัง
ใบหน้าที่สวยงามของเธอก็พลันเปลี่ยนสีในชั่วพริบตา เสียงตรงระเบียงนั้นดังขึ้นเรื่อย ๆ “นายไม่บอกฉันเลยด้วยซ้ำ นี่นายโกหกฉันให้ออกมานอกห้องเหรอ?”
“น่าเกลียดเกินไปแล้วนะ!”
“ฉันน่ารังเกียจตรงไหนกัน?” จิ่งเป่ยเฉินมองตัวเองอย่างสงสัย ก่อนจะโอบเอวเธอแน่นขึ้น
ตอนนี้เขาแค่อยากจะกอดเธอไว้แค่นั้นเอง
เธอเอื้อมมือไปจับแขนของเขาและพยายามดึงแขนเขาออก แต่กลับไม่ได้ผล “ฉันเชื่อว่านายทำเรื่องแบบนั้นได้”
เธอหันตัวเข้าหาเขา เงยหน้ามองเขาที่พูดอย่างมีความสุข ก่อนจะทำท่าส่งสัญญาณให้เขาพูดอะไรบางอย่างออกมาให้ไว
แต่ใบหน้าที่หล่อของเขากลับขยับเข้ามาใกล้เธอ ก้มหน้าลงจูบบนริมฝีปากเธอ ดวงตาเธอเบิกกว้างขึ้น ลำตัวขยับเข้าใกล้เขาโดยไม่รู้ตัว
พวกเขาไม่ได้ออกมาคุยเรื่องอุบัติเหตุของหมินลี่หรอกเหรอ? ทำไมถึงมาจูบเธอแบบนี้กัน?
เธอสวมชุดนอนบาง ๆ หนึ่งตัว หน้าต่างที่ระเบียงด้านนอกก็ถูกเปิดไว้ จู่ ๆ ก็มีลมพัดเข้ามา เธอจึงขยับตัวแนบชิดไปที่ตัวเขา และโอบแขนไปที่เอวของเขา
ขณะที่ทั้งสองไม่สนใจสิ่งรอบข้าง พวกเขาก็หันไปทันทีที่ได้ยินเสียง “แม่จ๋า……”
เธอรีบ