ที่ยืนอยู่ สถานการณ์นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ทั้งสองคนไม่จำเป็นต้องกังวลอีกฝ่ายหรอกใช่ไหม?
การแพทย์ที่นี่ก้าวหน้าขนาดนี้ เขาเชื่อว่าหมินลี่จะต้องปลอดภัย
“พวกนายจะกังวลเรื่องไม่เป็นเรื่องไปทำไม? ” ฉีเซิงเทียนเดินเข้ามากอดไหล่ทั้งคู่ “ฉันได้ยินมาว่าคนนั้นน่าเวทนากว่าหมินลี่อีก!”
จิ่งเป่ยเฉินหันหน้าไปมองค้อนที่เขามากอดไหล่ตน พลางมองอย่างไม่แยแส
ฉีเซิงเทียนรีบเอามือออกทันที ก่อนจะมองไปที่ทั้งสองคนและอธิบายว่าหมินลี่ไม่ได้ชนถนน แต่ไปชนกับรถคันอื่น คู่กรณีก็กำลังได้รับการช่วยเหลืออยู่เช่นกัน
จิ่งเป่ยเฉินรู้สึกมีลางสังหรณ์ขึ้นมา เขาเหลือบไปดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ “ถ้าหมินลี่มีอะไรคืบหน้ารีบบอกฉันทันที ฉันกลับก่อนละ ฝากพวกนายด้วยนะ รีบไปดูคู่กรณีด้วย”
เขาเดินออกไปทันทีหลังพูดจบ ฉีเซิงเทียนมองตามหลังจิ่งเป่ยเฉินที่เดินออกไป “ช่วงนี้พี่เฉินช่างฮอตเสียเหลือเกิน ถูกแล้วที่ต้องไปก่อน”
ถังซั่วเข้าใจความหมายคำพูดของเขาจึงพูดออกไปว่า “โคตรฮอตเลย เลขาของเขา……”
เขาที่ยังพูดไม่จบ ฉีเซิงเทียนก็รีบพูดตัดบท “นายก็เห็นแล้วใช่ไหม? อย่างอื่นดีหมด แต่เรื่องเด็กสองคนนั้น พี่เฉินกลับไม่คิดมาก ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เขาตั้งสเปกไว้สวยอย่างอันโหรว”
ถังซั่วหัวเราะเบา ๆ “ก็สวยนั่นแหละ”
ฉีเซิงเทียนไม่รู้ว่าอันอีหานคืออันโหรวงั้นเหรอ? จิ่งเป่ยเฉินไม่ได้บอกสินะ
“ช่างเถอะ เป็นโสดเสียยังดีกว่า รอหมินลี่ดีขึ้นค่อยให้พี่เฉิ