“หยุดก่อน!” เหลียวเว่ยหันกลับไปยืนตรงหน้าอันโหรวทันที ก่อนจะมองเธอที่ถือเอกสารไว้ในมือ ภายในใจเธอนั้นยังไม่แน่ใจเท่าไรนักจึงเอ่ยถามไปว่า “เธอมาทำอะไรที่นี่?”
เหลียวเว่ยดูกังวลเรื่องโอวหยางลี่มากเกินไป เมื่อก่อนเธอไม่รู้จักเขาดีพอ ยังไม่ฉลาดมากพอ แต่เมื่อผ่านมาหลายปีเธอก็กระจ่างแล้ว ผู้ชายอย่างโอวหยางลี่ไม่เคยเข้าตาเธอเลยสักนิดเดียว
อันโหรวยกเอกสารในมือขึ้นเล็กน้อย “ธุระเรื่องงานค่ะ”
ที่นี่เป็นห้องโถงใหญ่ของโอวหยางกรุ๊ป คนที่ผ่านไปผ่านมาก็ย่อมรู้จักเธอดี แต่เพราะข่าวเรื่องของอันโหรวในค่ำคืนนั้น ตอนนี้เธอจึงเป็นที่เลื่องชื่อในเมือง A มากกว่าเหลียวเว่ยเสียอีก คนที่เดินผ่านไปมาจึงลอบมองดูเธออย่างเงียบ ๆ
จู่ ๆ เหลียวเว่ยก็เข้ามาใกล้ที่แก้มเธอและทำท่าทางราวกับจะพูดกระซิบข้าง ๆ หูของเธอ ทำตัวเหมือนกับเป็นเพื่อนที่สนิทสนมกันมานาน
แต่ในความเป็นจริง เหลียวเว่ยกลับพูดไปว่า “อันโหรว ทางที่ดีเธออย่าคิดมาอวดเก่ง และอย่าให้ฉันได้มีโอกาสฉีกหน้ากากของเธอทิ้งก็แล้วกัน”
หลังจากที่เธอพูดจบก็เผยรอยยิ้มบนใบหน้า “ฉันจะไปส่งเลขาอันเอง”
อันโหรวเดินออกไปด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยโดยไม่ได้ตอบอะไรเธอกลับ
เหลียวเว่ยคิดว่าเธอคืออันโหรวจริง ๆ แม้จะแค่คาดเดาโดยไม่มีหลักฐาน แต่ท่าทางล้วนแล้วกลับมั่นใจเสียยิ่งกว่าโอวหยางลี่มากนัก
เหลียวเว่ยมาส่งเธอที่รถ จ้องมองเธอขึ้นรถไปแล้วจึงพูดขึ้นว่า “สวัสดิการของบริษัทจิ่งนี่มันดี