ก็เกิดเหตุฉุกเฉินที่บริษัทจนเขาต้องรีบออกมาจากที่นั่น แต่หลังจากกลับไปอีกครั้งก็ไม่เห็นเธอแล้ว แม้แต่กล้องบันทึกภาพก็ยังไม่อาจตรวจสอบได้ ราวกับว่าที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้าเป็นภาพลวงตาที่ปรากฏขึ้นมาเท่านั้นเอง
อันโหรวได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นก็เห็นโอวหยางลี่กำลังเดินเข้ามา เธอลุกขึ้นและมองเขา ก่อนจะพูดอย่างสุภาพ “ประธานโอวหยาง”
“หึ!” โอวหยางลี่เค้นเสียงอย่างเย็นชา ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับเธออย่างสบายใจ “ทำไมกัน ตอนนี้ประธานจิ่งเริ่มคิดจะดูถูกอุตสาหกรรมเครือโอวหยางแล้วอย่างนั้นเหรอ? ถึงได้ส่งเลขามาแค่คนเดียวแบบนี้”
“อาจเป็นเพราะว่าเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ในสายตาของประธานจิ่งแล้ว เขาไม่ควรมาด้วยตัวเองมั้งคะ ถ้าหากประธานโอวหยางมีปัญหาอะไรกับฉันละก็ การประชุมของเราจะจบลงในวันนี้ก็ได้ค่ะ และกรุณาถอนตัวออกจากห้างสรรพสินค้าของบริษัทจิ่งภายในสามเดือน ที่สำคัญทั้งสามแห่งด้วยนะคะ” อันโหรวมองเขาและพูดอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่อ่อนน้อมถ่อมตนอีกต่อไป เสียงแหบที่เอ่ยดังขึ้นทำให้ภายในห้องรับรองกลับเงียบสงบมากขึ้น
“ประธานจิ่งคงสอนมาดีเลยสินะ เพียงแค่เลขาตัวน้อยแค่นี้กลับคิดข่มขู่ฉันได้” เขาพูดอย่างไม่เป็นทางการ แต่สายตาของเขากลับมองสำรวจไปที่ตัวเธอ โดยเฉพาะยิ่งเมื่อมองไปยังดวงตาคู่นั้น….
ท่าทางของโหรวโหรวที่ตื่นตระหนกในค่ำคืนนั้นแวบเข้ามาในหัวของเขาอีกครั้ง ไม่รู้เลยว่ามันจะตร