ินเสร็จก็ไปแล้ว” เธอรีบตอบคำถามของหน่วนหน่วนทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดแทรก
ใบหน้ายิ้มแย้มของหน่วนหน่วนก็พลันอ่อนยวบลง เธอเบ้ปากเล็กน้อย “เมื่อวานพ่อบอกว่าจะอยู่กับพวกเรา…”
“หน่วนหน่วน พ่อเขาแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง” เธอดึงกระดาษทิชชูมาเช็ดที่ปากน้อย ๆ ของลูกสาว แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
จิ่งเป่ยเฉินวางตะเกียบลงและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู อันโหรวเหลือบมองเขาแวบหนึ่งแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
เมื่อมองไปที่ชื่อ ‘ฉีเซิงเทียน’ สามคำ เขาจึงกดรับทันที และพูดว่า “มีธุระอะไร?”
“พี่เฉิน พี่อุ้มเด็กใช่ไหม มีรูปออกมาว่อนเต็มโลกออนไลน์จนบ้าคลั่งไปกันหมดแล้ว!”
จิ่งเป่ยเฉินยังไม่ทันได้ตอบคำถามของฉีเซิงเทียน จู่ ๆ ก็มีเสียงดังมาจากข้างนอก เขารีบลุกขึ้นและเดินไปที่ประตูทันที
หยางหยางและหน่วนหน่วนเองก็ได้ยินเสียงเอะอะที่ดังขึ้น หน่วนหน่วนจึงเอ่ยเสียงเบา ๆ ว่า “แม่จ๋า…..”
“หยางหยางดูแลน้องหน่อยนะ แม่จะออกไปดูหน่อย” เธอกำกระดาษทิชชูไว้ในมือ ก่อนจะรีบวิ่งตามจิ่งเป่ยเฉินไปทันที
ตอนนี้จิ่งเป่ยเฉินวางสายจากฉีเซิงเทียนไปแล้ว อันโหรวมองท่าทางของเขา ก่อนจะพูด “ชู่!” แล้วเดินอ้อมไปที่ด้านข้างของหน้าต่างและเปิดม่านออกแวบหนึ่ง มองเห็นแสงไฟนับไม่ถ้วนที่สาดส่องมาที่ร่างของเธอ
เธอดึงผ้าม่านปิดทันที ก่อนจะหันหน้าไปมองเขาและพูดว่า “ข้างนอกมีนักข่าวอยู่เต็มไปหมดเลย”
“ภาพของพวกเราตอนอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลถูกโพสต์ลงใ