ี้พูดว่าอะไรเหรอคะ หนูได้ยินไม่ชัด พูดอีกทีได้ไหมคะ”
“พ่อจ๋าคิดถึงหนู อยากอยู่กับหนู หน่วนหน่วนอยากมาอยู่กับแด๊ดดี้ไหม?” เขาพูดกับเธอไม่สำเร็จเลยจะมาพูดกับลูกงั้นเหรอ?
หน่วนหน่วนเงยหน้าขึ้นมองอันโหรว ยื่นโทรศัพท์ออกห่างจากปากอย่างระมัดระวังและกระซิบถามว่า “แม่จ๋า แด๊ดดี้ถามว่าอยากไปอยู่ด้วยกันไหม?”
เธอไม่ได้พูดแต่ส่ายหน้าเป็นคำตอบแทน
หน่วนหน่วนอ้าปากและเอาโทรศัพท์แนบหูอีกครั้ง “แด๊ดดี้อยู่คนเดียวไปเถอะค่ะ!”
จิ่งเป่ยเฉินที่รอคำตอบของเธออย่างใจจดใจจ่อกลับไม่ได้ยินเสียงอันโหรวเลยสักนิด ยิ่งได้ฟังหน่วนหน่วนพูดขึ้นมาเองแบบนี้ มันทำร้ายจิตใจเขาเกินไป
“หน่วนหน่วน แด๊ดดี้มีชุดเจ้าหญิงเยอะเลยนะ พรุ่งนี้จะส่งคนไปส่งชุดเจ้าหญิงให้ชุดใหญ่เลย”
พวกเขาสามคนอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวแบบนี้ช่างน่าเกลียดสิ้นดี
“หน่วนหน่วนมีชุดเจ้าหญิงเยอะแล้ว!” แม้เธอจะชอบแด๊ดดี้ แต่เธอชอบแม่จ๋ามากกว่า แม่จ๋าบอกไม่ไป เธอก็ไม่ไป
อันโหรวยกนิ้วชื่นชมเธอ ตอบกลับคำล่อลวงของจิ่งเป่ยเฉินได้โดยไม่มีเธอชี้แนะแบบนี้ เก่งมาก ๆ
เขาถือแก้วไวน์ในมือแน่น ก่อนจะพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “ขอคุยกับแม่จ๋าหน่อย”
“แด๊ดดี้ราตรีสวัสดิ์!” หลังจากนั้นหน่วนหน่วนก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้กับอันโหรวและล้มตัวลงไปนอนต่อ “แม่จ๋าราตรีสวัสดิ์ค่ะ”
อันโหรวก้มตัวลงจูบที่แก้มของเธอ “ราตรีสวัสดิ์ค่ะลูกรัก”
เธอหยิบโทรศัพท์และปิดไฟ ก่อนจะเดินออก