องดูทั้งสองคน ทันทีที่เห็นก็รีบถอยหลังอย่างรวดเร็ว “พวกคุณทำต่อกันเลย ผมไม่เห็นอะไรทั้งนั้น!”
ปัง! เสียงปิดประตูห้องดังขึ้น อันโหรวรีบผลักเขาออกทันที เพียงแต่ขณะที่กำลังจะดันตัวเขาออกก็ถูกเขาจับไว้แน่น
เธอจ้องมองไปที่เขา ก่อนจะไม่พูดอะไร แต่ความหมายนั้นก็ชัดเจนมากพอแล้วว่าเธอคิดอยากจะออกไป
“เขาบอกให้ทำต่อเลย” น้ำเสียงที่เอ่ยขึ้นมาฟังดูไม่แยแสอะไรทั้งสิ้น
“ไม่ได้!” เธอใช้มือข้างหนึ่งดันอกของเขาไว้ “ฉันมีงานต้องทำอีกเยอะ!”
“ไม่ต้องรีบหรอก ฉัน…..” ก่อนที่เขาจะพูดต่อนั้น ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง
ตอนนี้อันโหรวรู้สึกอายมากจริง ๆ หลังจากที่ได้เห็นหน้าของฉีเซิงเทียนอีกรอบ
การที่ถูกรบกวนแบบนั้น จิ่งเป่ยเฉินเริ่มมีสีหน้าที่หงุดหงิด ยิ่งเมื่อเห็นฉีเซิงเทียนอีกครั้ง สายตาที่เขามองไปยังฉีเซิงเทียนมันตีความนัย ๆ ได้ว่าสมควรตายนัก!
“ประธานจิ่ง ฉันเข้ามาที่นี่ก็เพื่อจะบอกว่าป้าจิ่งมาที่นี่ ตอนนี้อยู่ที่ลิฟต์แล้วด้วย!” ฉีเซิงเทียนพูดออกไปโดยไม่ต้องรอให้ทั้งสองคนตอบกลับ เขาก็รีบออกจากห้องไปทันที
ทันทีที่ฉีเซิงเทียนออกไป อันโหรวก็รีบดันตัวเขาออก ก่อนจะไม่เหลือบสายตาไปมองที่เขาอีก เธอเปิดประตูและออกนอกห้องไปโดยไม่รอให้จิ่งเป่ยเฉินพูดอะไร ทันทีที่เปิดประตูออกมาก็เห็นซูรั่วหยากำลังจะเคาะประตูห้อง
เธอเบี่ยงตัวไปด้านข้างทันที ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “คุณนายจิ่ง ประธานจิ่งกำลังรอคุณอยู่ข้