รต่อความอยากอาหารของเธอเลยแม้แต่น้อย
“พี่เฉิน ครั้งที่แล้วพี่บอกว่าเธอเป็นพนักงานอยู่แผนกวางแผนไม่ใช่เหรอ? ทำไมตอนนี้กลายเป็นหัวหน้าเลขาของพี่ได้?” ถังซือเถียนรีบหันไปมองจิ่งเป่ยเฉินทันที เธอเองก็คิดอยากจะเป็นเลขาของพี่เฉินบ้างเหมือนกัน เพราะว่าต่อไปจะได้ติดตามอยู่ข้างกายเขาตลอด
“พนักงานบริษัทจิ่งจะโยกย้ายตำแหน่งอะไรต้องแจ้งให้เธอรับรู้ด้วยเหรอ?” จิ่งเป่ยเฉินพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา ก่อนที่สายตาของเขานั้นจะมองไปยังถังซั่วและพูดขึ้นว่า “ไม่กินข้าวเหรอ?”
“กินสิ!” ถังซั่วตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เขาหวังว่าวันนี้ถังซือเถียนจะไม่ทำตัวดื้อรั้นอีก ครั้งที่แล้วตอนที่พวกเขาอยู่ด้วยกัน เธอก็ไม่คิดที่จะยอมแพ้อะไรเลย
“พี่เฉิน! ถ้าอย่างนั้นคุณไม่จำเป็นต้องจ้างเลขาคนนี้ก็ได้ ฉันจะเป็นเลขาให้พี่เอง ดีไหม? พี่ต้องมองหน้าเธอตลอดการทำงานเดี๋ยวจะกลายเป็นไม่สบอารมณ์ในเวลาทำงานเปล่า ๆ!”
จิ่งเป่ยเฉินไม่ได้สนใจถังซือเถียน เขามองไปที่ใบหน้าของอันโหรวและถามว่า “กินอิ่มไหม?”
“ไม่อิ่ม พวกคุณพูดคุยกันต่อไปเถอะ” เธอเองก็อยากจะดูว่าสุดท้ายแล้วถังซือเถียนคิดจะทำอะไรต่อไป
จิ่งเป่ยเฉินฟังเธอพูดจบก็เกือบจะลุกขึ้นและดึงเธอออกไป แต่ก็รู้ว่าถังซือเถียนรู้สึกกับเขายังไง เขาเองก็ไม่ค่อยสบายใจเหมือนกัน เขาก็เลยตัดสินใจที่จะไม่ไปและอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนเธอ
“พี่เฉิน พี่เห็นด้วยก็พอนะ! ฉันจะตั้งใจทำงานเอง” ถังซือเถียนกะพริบตาโต ๆ