ห้วงอนันต์สุญญตากว้างใหญ่มากเพียงใด มิมีผู้ใดล่วงรู้ขอบห้วงสุญญตากว้างใหญ่เพียงใด ก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เช่นเดียวกัน บางทีพ้นไปจากขอบห้วงสุญญตาอาจยังมีมิติแห่งอื่นอยู่อีกก็เป็นได้ เจียงฉางเซิงตั้งข้อสันนิษฐานไว้หลายประการ เพื่อเตือนตัวเองไม่ให้ประมาทเลินเล่อ“ระดับขั้นของข้าในตอนนี้สมควรเรียกว่าอะไรดี”เจียงฉางเซิงเปลี่ยนมาขบคิดเรื่องนี้ วิชามรรคาธรรมชาติขั้นสิบสองถูกเขากำหนดให้เรียกว่าขั้นเอกเทวะ ถ้าเช่นนั้นขั้นสิบสามเล่าเมื่อวิถีเซียนแข็งแกร่งขึ้น ช้าเร็วย่อมมีผู้บำเพ็ญเซียนก้าวมาถึงระดับขั้นนี้ แทนที่จะให้ผู้ศรัทธาเป็นคนตั้งนาม มิสู้ให้เขาตั้งนามของระดับขั้นเองดีกว่าหรือหลังจากมาถึงขั้นสิบสาม แม้จะเกิดการเปลี่ยนสภาพแต่ผลมรรคาก็ยังนับว่าเป็นผลมรรคาเอกเทวะ เพียงแต่มันแข็งแกร่งขึ้นมาก มันยังห่างไกลจากผลมรรคาชั้นพรหมอันลี้ลับมหัศจรรย์ที่เขาเคยได้ยินมาระหว่างการฟังเทศนานอกจากพลังอาคมที่ผสานกับพลังแห่งกฎได้ เขาก็รู้สึกว่าสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิมมากที่สุดก็คือความแข็งแกร่งของดวงวิญญาณที่เปลี่ยนไป มันเรียกได้ว่าเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว มันไม่อ่อนแอเฉกเช่นก่อนหน้านี้อีกแล้ว‘จักรพรรดิยุท