ียง อันโหรวที่นอนอยู่ด้านข้างจึงลุกขึ้นมานั่ง สายตาของเธอเลื่อนจากอาหารไปมองใบหน้าของเขาและถามว่า “กี่โมงแล้ว?”
“ตีหนึ่ง”
“ตีหนึ่ง?” เธอรู้สึกไม่อยากจะเชื่อในคำพูดนั้น แต่เมื่อคิดจากความทรงจำ ตีหนึ่ง…พวกเขาทำเรื่องน่าอายขนาดนั้น ตอนนี้จะเป็นตีหนึ่งได้ยังไงกัน?
จู่ ๆ เธอก็รู้สึกมีปฏิกิริยาตอบกลับ ก่อนจะเอ่ยเสียงดังว่า “ตีหนึ่งอะไรของนาย หรือจะเป็นบ่ายโมงกันแน่?!”
“อืม” เขาแตะขอบชามก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า “ก็ยังไม่เย็นนี่ มานี่มา”
“นายว่างหรือไง? ตื่นแล้วจะอยู่ที่นี่ทำไม ยังไม่ออกไปอีก ยังจะมาอยู่กับฉันอยู่ได้ คิดจะเล่นสนุกบ้าบอหรือยังไง!” เธออยากจะเห็นเธอคนเดียวตอนที่ลืมตาขึ้นมา
จิ่งเป่ยเฉินแอบตกตะลึงกับคำว่า ‘คิดเล่นสนุก’ ของเธอ ก่อนจะเผยรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้าที่เย็นชา และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันจะพาเธอไปด้วยก็ได้ถ้าเธออยากไป”
“จะพาไปทำไม? ฉันมีขา ฉันไปของฉันเองได้” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยรอยยิ้ม “ไม่ใช่ว่านายได้ทำตามคำสาบานไปแล้วหรอกเหรอ?”
“ที่เธอหมายถึงคือให้ฉันทิ้งเธอที่ไม่อาจลุกจากเตียงได้? เธอเห็นฉันเป็นสัตว์ร้ายหรือยังไงกัน? เธอวางใจเถอะ ฉันกินเธอแล้วก็ต้องรับผิดชอบ” เขาตักโจ๊กลูกเดือยขึ้นมาหนึ่งคำ ก่อนจะลองชิมดู รู้สึกมันเย็นเล็กน้อยแล้ว เพียงแต่ว่าก็ยังดี น่าจะพอรองท้องได้อยู่บ้าง
“ฉันไม่ต้องการให้นายรับผิดชอบ!” เธอจับหน้าอกของตัวเอง และเมื่อรู้ตัวว่าเธอไม่ได้ใส่อะไรเลย จู่ ๆ ใบหน