ไงกัน! จิ่งเป่ยเฉินได้แต่แอบคิด
ไม่ช้าบิ๊กบอสที่ดูโหดเหี้ยมสุดโฉดคนนั้นก็ได้ยกมุมปากขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงเบา ๆ ว่า “งั้นเธอก็ไม่มีเงินเดือนเกือบทั้งปีเชียวนะ”
“ประธานจิ่ง นี่คุณวางแผนจะเอาเงินในกระเป๋าไปใช้จนหมดเลยเหรอ?” เธอได้รับเงินเดือนตลอดหนึ่งปีมากขนาดนั้นเชียว!? เธอคงต้องใช้เวลากว่าครึ่งเลยมั้งถึงจะได้เงินเดือนเกือบทั้งปีขนาดนั้นกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียงครึ่งวัน
จิ่งเป่ยเฉินได้ยินที่เธอพูด ใบหน้าที่เย็นชาก็เผยคำพูดที่ดูเคร่งขรึมออกมา “ถ้าหากคุณขอร้องผม ผมก็สามารถเลี้ยงดูคุณได้ในเวลาลำบากนะ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ หากประธานจิ่งคิดอยากจะหักแบบนั้นก็เชิญค่ะ!” เธอปกปิดอยู่เล็กน้อย จริง ๆ แล้วไม่กี่ปีก่อนเธอได้เอาของที่ได้มาไม่นานมานี้ออกไปขายมาแล้วสักพักหนึ่ง ซึ่งของชิ้นหนึ่งก็มีมูลค่าเท่าเงินเดือนของเธอเกือบถึงสิบปีเชียว นั่นก็นับว่าคุ้มค่ามากแล้ว
เมื่อรู้ว่าเธอจะพูดแบบนี้ ใบหน้าของเขาก็นิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ และไม่คิดจะพูดคุยกับเธออีกเลย
……
เหอเหมียวยังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง ทันใดนั้นประตูห้องคนไข้ก็ถูกเปิดออก เมื่อเธอรู้ว่าใครเดินเข้ามาก็เงยหน้าขึ้นมองอย่างช้า ๆ และพูดว่า “เธอบอกว่าจะให้ฉันไปหาพี่โอวหยางลี่ได้ใช่ไหม แล้วคนล่ะ?”
เหลียวเว่ยยิ้มเยาะมองไปที่เหอเฉ่าที่นอนอยู่ด้านข้างและตอบกลับไปว่า “ลูกพี่ลูกน้องของเธอนี่ดูสวยกว่าเธอมากเลยนะ”
“แล้วยังไง ฉันก็คือฉัน ลูกพี่ลูกน้องก็