าเขาจริงจังขนาดนั้น
“อืม เด็กดี”
“ประ….ประธานจิ่ง คุณจะปล่อยฉันได้หรือยังคะ?” เธอเกือบจะพูดคำว่า ‘จิ่งเป่ยเฉิน’ สามคำออกมา
แต่ต่อให้โพล่งเผลอหลุดคำพูด ก็คงไม่น่าแปลกสำหรับเธอเท่าไร ใครใช้ให้เขาพูดจาว่าเด็กดีแบบนั้นออกมากัน ตอนนี้เธอเป็นแม่ที่มีลูกสองคนแล้วนะ
“มีคนอยู่เยอะกำลังมองดูอยู่ ไว้หน้าผมหน่อยละกัน” จิ่งเป่ยเฉินเผยน้ำเสียงที่อ่อนโยนราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ นี่เขาเป็นอะไรไปเนี่ย?
อันโหรวเริ่มรู้สึกหวาดกลัวแปลก ๆ แต่ก็หลุดไม่พ้นกับความจริงที่เขาโอบมาแบบนี้ ก็เลยปล่อยเลยตามเลยให้เขาพาไปยังห้องส่วนตัว
ทันทีที่เธอเดินเข้าไป เธอก็แทบอยากจะก้าวถอยหลังกลับทันที แต่ประตูด้านหลังกลับปิดลงซะแล้ว เธอจึงไม่สามารถออกไปได้ ดังนั้นฝีเท้าของเธอจึงหยุดอยู่กับที่
“อาหารค่ำใต้แสงเทียน พร้อมกุหลาบแดง เค้กวันเกิด และกล่องของขวัญ ประธานจิ่งคุณไม่คิดจะให้คำอธิบายกับฉันหน่อยเหรอคะ?” เธอไม่กล้าแม้แต่จะมองไปยังจิ่งเป่ยเฉิน เธอมองไปยังดอกกุหลาบสีแดงที่งดงามซึ่งวางอยู่ตรงกลางโต๊ะอาหาร
ก่อนหน้านั้นโอวหยางลี่ส่งดอกกุหลาบสีแดงให้เธอจำนวนไม่ใช่น้อย แต่กุหลาบแดงพวกนั้นเมื่อเทียบกับช่อดอกไม้ที่อยู่ตรงหน้าเธอแล้ว มันดูต่างกันมาก คนคนนี้แม้แต่ช่อกุหลาบแดงก็ยังต้องการเหนือกว่าคนอื่น ฆ่าคนอื่นในพริบตา นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย?
“สวัสดิการวันเกิดของพนักงานบริษัทจิ่ง” จิ่งเป่ยเฉินมองเห็นเธอไม่ยอมเดินไป จึงดึงมือของเธอเ