ลี่ที่เห็นภาพพวกนี้ ทั้งสองคนกำลังกอดกันแน่น อีกทั้งตัวเธอเหมือนจะเอนพิงไปยังหน้าอกของจิ่งเป่ยเฉินอีก ราวกับนกน้อยที่เคยอยู่ในใจของเขาถูกแย่งชิงไป มันทำให้เขาเกิดไฟของความโมโหราวกับถูกแย่งของรักไป เขาอยากจะก้าวไปข้างหน้าและแยกพวกเขาออกจากกันจริง ๆ
เพียงแต่ว่าความคิดของโอวหยางลี่ยังไม่ทันได้เริ่มลงมือ ประตูลิฟต์ก็ถูกเปิดออก พวกเขาทั้งสองคนจึงเดินออกไป ก่อนที่จะปล่อยให้จิ่งเป่ยเฉินและอันโหรวเดินสบาย ๆ อยู่ที่ด้านหลัง
“นี่คุณคิดอะไรอยู่! หรือว่าคุณชอบผู้หญิงแก่คนนั้นกัน? ไม่ใช่ว่าคุณชอบเด็กมหาวิทยาลัยที่บริสุทธิ์หรอกเหรอ? รสนิยมเปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้เชียว!” เหลียวเว่ยมองเขาอย่างเย้ยหยัน แต่ในมือของเธอนั้นกำหมัดแน่น
“ไม่ใช่เรื่องของคุณ! ทำตัวเองให้ดีก่อนเถอะ” โอวหยางลี่เหลือบมองเธอด้วยท่าทีที่ไม่พอใจ ก่อนจะเร่งฝีเท้าของตัวเองให้เร็วขึ้น
“พวกเขาขโมยอะไรมา ทำท่าวิ่งซะเร็วเลย?” อันโหรวเหลือบมองไปที่ด้านหลังของโอวหยางลี่ ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม
“กล้าขโมยของในนั่วเทียน จับตัวพวกเขาเลยดีไหม และปล่อยให้คุณทำตามอำเภอใจดีไหม?” จิ่งเป่ยเฉินหลับตาก่อนจะมองมาที่เธอ เมื่อครู่พวกเขากอดกันอย่างสนิทสนมในลิฟต์ แต่หลังจากออกมาก็ไม่ได้แยกออกจากกัน
มันเลยเป็นความรู้สึกที่งดงามอย่างบอกไม่ถูก
“ฉันขอไม่แย่งงานจากคุณตำรวจก็แล้วกันนะคะ” เธอเบ้ปากพูด ยิ่งไปกว่านั้นเธอแค่เอ่ยคำพูดล้อเล่น ใครจะรู้ว่