าทความเป็นเจ้าของขึ้นมาบ้าง
“ประธานจิ่ง คุณอัน บังเอิญจังเลยนะ!” เหลียวเว่ยยิ้มและเดินเข้ามา แต่สายตาของเธอกลับจับจ้องไปที่โอวหยางลี่
เขามองไปที่หญิงชราคนนี้อีกแล้ว เธอมีดีอะไรกันแน่ ไม่ใช่ว่าแค่มีแซ่เดียวกันก็ทำให้เขาเสียสติไปเลยหรอกนะ
เมื่อถูกดวงตาของโอวหยางลี่จับจ้องเป็นประกาย อันโหรวก็แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น ก่อนจะมีรอยยิ้มเยาะที่มุมปากของเธอปรากฏขึ้น
“ไม่บังเอิญหรอก โรงแรมนั่วเทียนเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งของบริษัทจิ่ง” จิ่งเป่ยเฉินเอ่ยคำพูดที่เย็นชา เขาไม่แสดงคำพูดที่ดูอ่อนโยนเหมือนเมื่อครู่นี้ที่ใช้พูดกับเธอ
เหลียวเว่ยเมื่อได้ยินก็นิ่งเงียบ จิ่งเป่ยเฉินไม่ได้แยแสพวกเขา แม้แต่ในอดีตของอันโหรวที่เคยเกริ่นกล่าวไปว่าพวกเขานั้นเป็นคู่แข่งที่ชอบเยาะเย้ยกันและกัน
แต่สำหรับผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ ที่ชื่ออันอีหาน เขาค่อนข้างที่จะพิเศษมากนัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยากจะรู้ว่าเธอเป็นใคร มันชวนน่าสงสัยมาก เธอมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ที่ทำให้จิ่งเป่ยเฉินปฏิบัติกับเธอแตกต่างจากคนอื่นแบบนี้ แม้แต่โอวหยางลี่เองก็เหมือนกัน
แม้ว่าพวกเขาจะแต่งงานกันมาหลายปี นอนอยู่ข้าง ๆ กันเพียงไม่กี่ครั้ง มันก็เหมือนกับไม้ประดับที่ถูกวางแขวนเอาไว้ ต่อให้อันโหรวกลับมา อันโหรวเองก็ไม่น่าจะต้องการเขาแน่
ภายในใจของเธอตีความหมายอะไรได้อยู่อีก เนื่องจากอันโหรวเองก็เกลียดโอวหยางลี่มาก อีกทั้งยังมีเธออยู่อีกด้วย
แต่จากมุมของโอวหยาง