ัวใจก็พลอยโล่งมากขึ้นจึงพูดว่า “เมื่อกี้ฉันดูเแล้ว ดูเหมือนเธอจะเป็นห่วงนายมาก ทั้งยังมาฝากให้ฉันมาถามนายอีกว่ามีตรงไหนที่ไม่สบายอีกหรือเปล่า”
จิ่งเป่ยเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะมองไปที่ตัวเขาและพูดว่า “ฉีเซิงเทียน ก่อนหน้านั้นนายพูดอะไรกับแม่ของฉันไป? คิดอยากตายหรือไง?”
อันอีหานนี่ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะเคยพูดคุยกับซูรั่วหยามาก่อน ถ้าเป็นไปได้จริง ๆ ละก็ คงเป็นเขาเสียมากกว่า
คงเป็นเพราะตอนนั้นที่เขากลับบ้าน ซูรั่วหยาจึงได้โทรศัพท์มาหาเพื่อนของเขาแน่ ๆ
“อ๋อ แบบนี้นี่เอง ตอนนั้นป้าจิ่งโทรมาบอกว่าแนะนำให้นายไปงานนัดบอด ฉันคิดว่านายคงไม่ไปแน่ ๆ ฉันเลยตอบแบบสบาย ๆ ไปว่า มันต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่างที่ทำให้นายไม่ยอมแต่งงานแน่ ๆ ซึ่งความหมายของฉันก็คือนายคงมีคนที่ชอบอยู่แล้วในใจ แต่ป้าจิ่งคงเข้าใจผิดไป ส่วนนี้ฉันเองก็ไม่รู้”
ฉีเซิงเทียนเผยใบหน้าที่มืดมนมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนและพูดว่า “ประธานจิ่ง นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว ฉันจะให้อันอีหานไปเตรียมอาหารกลางวันให้นะ”
จิ่งเป่ยเฉินไม่ได้สนใจคนที่เดินออกไป เขาหยิบปากกาบนโต๊ะมากำจนแน่น ก่อนจะโยนมันลงพื้นเสียงดัง
ผ่านไปไม่นานเท่าไร ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง ครั้งนี้อันโหรวเดินเข้ามาพร้อมกับกล่องข้าวอาหารกลางวัน เขาเหลือบมองสักพักก่อนจะก้มหน้าลงเพื่อทำงานต่อ
อันโหรวมองไปที่ตัวของเขา อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา ตอนนี้เขาคือคนป่วยจริง ๆ!