ผชิญหน้ากับเขา เธอลืมไปแล้วว่าใบหน้าของเธอนั้นคงแต่งแบบขี้เหร่อยู่
อันที่จริงมันก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดเหมือนที่พวกเขาพูด ๆ กันหรอก แต่อย่างน้อยในความคิดของพวกเขามันก็ดูอ่อนโยนไม่เบา รอยยิ้มจาง ๆ ทำให้เขานึกถึงวันที่เธอไปรับหยางหยางและหน่วนหน่วนด้วยท่าทีแบบนั้น มันอบอุ่นมาก ทั้งดูสบายและดูน่าพิศวงไม่น้อย
“ผู้หญิงไม่ใช่ทุกคนจะชื่นชอบวังหลัง[2] หรืออะไรอย่างนั้นหรอก?” เขายิ้มตอบกลับ
“ประธานจิ่ง คุณลองพิจารณาดูตัวเองก่อนเถอะ! อย่าทำงานหนักจนเกินไป” เธอชี้ไปที่ประตูก่อนจะพูดว่า “ฉันจะออกไปก่อน ประธานจิ่งหากมีอะไรก็ค่อยเรียกฉันนะคะ!”
“ตอนนี้ฉันมีเรื่องต้องทำ”
เธอเดินไปก้าวเดียวก็ต้องหยุดและรอฟังคำพูดของเขา “เรื่องอะไรเหรอคะ?”
เสียงทุ้มต่ำที่เหมือนกับสายลมที่พัดผ่านหูของเธอเอ่ยขึ้น “คิดอยากจะทำงานให้หนักเกินไป”
อันโหรวรู้สึกในหัวของเธอมีเสียงดัง ‘ตูม’ ขึ้นมา ก่อนจะมองไปที่จิ่งเป่ยเฉินและทำท่าลังเลก่อนจะเดินออกไป “ประธานจิ่ง ฉันยุ่งมากจริง ๆ ค่ะ! คุณเล่นสนุกของคุณไปเถอะ”
‘ปัง’ เสียงปิดประตูห้องทำงานดังขึ้น จิ่งเป่ยเฉินจึงนั่งลงอีกครั้ง ก่อนจะหยิบถ้วยชาที่วางอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาดื่ม
งานมันค่อนข้างยุ่งมาก แต่เขากลับเห็นเป็นแค่เรื่องตลกเท่านั้น
เพียงแต่ว่าคำพูดของเธอ จริง ๆ แล้วให้เขายอมเสียสละเวลาหนึ่งชั่วโมงก็ยังได้
จิบชาอุ่น ๆ เข้าไปในปาก ก่อนจะกวาดสายตามองไปยังโทรศัพท์สีดำอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนหน